Welcome, Guest.
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ....สงครามเวียดนาม....การปฏิบัติการของทหารไทยในสงครามเวียดนาม  (อ่าน 10968 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pubangkapi.
General of the Army
Sergeant Major
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 924
สนใจสินค้าโทรด่วนที่ o๘๑-๗๗๒๕๗๒๒

อีเมล์
« เมื่อ: สิงหาคม 28, 2011, 09:23:22 PM »

Royal Thai Army Volunteer Force (RTAVF) in Vietnam WAR
Military History กองพลเสือดำ


* CIMG0832.jpg (69.13 KB, 448x274 - ดู 8735 ครั้ง.)

* CIMG0833.jpg (77.6 KB, 448x318 - ดู 10419 ครั้ง.)

* CIMG0835.jpg (78.89 KB, 448x287 - ดู 7493 ครั้ง.)

* CIMG0844.jpg (70.32 KB, 448x278 - ดู 6145 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 08, 2011, 01:32:40 PM โดย PUBANGKAPI » บันทึกการเข้า

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโทร 081-7725722 หรือมาดูได้ที่ประตูน้ำและมีนบุรีครับ เลขที่บัญชี 675-2-01014-3 ธ.กสิกรไทย สาขาพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ชื่อ อาดุลย์ สีสกุล
pubangkapi.
General of the Army
Sergeant Major
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 924
สนใจสินค้าโทรด่วนที่ o๘๑-๗๗๒๕๗๒๒

อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2011, 09:26:15 PM »

ภูมิหลังของเวียดนาม
            เมื่อประมาณ ๓,๐๐๐ ปีมาแล้ว ชาวเวียดนามเคยอาศัยอยู่ในดินแดนแถบตอนใต้ของประเทศจีน ถูกจีนรุกรานจึงถอยร่นลงมาทางใต้ บางครั้งตกเป็นเมืองขึ้นของจีน เวียดนามจึงรับวัฒนธรรมของจีนไว้มาก
            ในปี พ.ศ.๒๔๑๖ เวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ฝรั่งเศสได้แบ่งการปกครองเวียดนามออกเป็น ๓ แคว้น คือ แคว้นตังเกี๋ย อยู่ทางตอนเหนือ แคว้นอันนัม อยู่ทางตอนกลาง และแคว้นโคชินไชน่า อยู่ทางตอนใต้  ฝรั่งเศสได้เปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา วัฒนธรรม  ขนบธรรมเนียมประเพณีให้เป็นแบบฝรั่งเศส
            ในปี พ.ศ.๒๔๘๔ ได้เกิดขบวนการเวียดมินห์ขึ้น เพื่อขับไล่ฝรั่งเศส โดยมีผู้ที่มีสมญาว่า โฮจิมินห์ เป็นผู้นำ
            ในปี พ.ศ.๒๔๘๕ ขณะเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา ญี่ปุ่นได้เข้ายึดครองภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เวียดนามจึงได้ประกาศตนเป็นอิสระ แต่คงอยู่ในการควบคุมของญี่ปุ่น ขบวนการเวียดมินห์ก็ได้ร่วมมือกับสหรัฐฯ และฝ่ายสัมพันธมิตร ทำการต่อต้านญี่ปุ่น เมี่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม โฮจิมินห์จึงจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวขึ้น เมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๘ และหลังจากที่จักรพรรดิเบาได๋ ได้สละราชสมบัติในปีเดียวกันนั้น โฮจิมินห์ก็ตั้งรัฐบาลขึ้นบริหารประเทศ และเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐ ฝรั่งเศสได้หาทางกลับไปมีอิทธิพลเหนือเวียดนามอีก โดยมีอังกฤษให้ความช่วยเหลือ ขบวนการเวียดมินห์ได้พยายามต่อสู้ เพื่อขับไล่ฝรั่งเศสอยู่ ๙ ปี แต่ไม่สำเร็จ ฝรั่งเศสยึดเมืองต่าง ๆ ไว้ได้
            หลังจากจีนคอมมิวนิสต์ได้ขับไล่จีนคณะชาติไปยังเกาะไต้หวันแล้วก็ได้เข้ามาช่วยขบวนการเวียดมินห์เพื่อขับไล่ฝรั่งเศส ต่อมาเมื่อเวียดมินห์ยึดเดียนเบียนฟูได้ ฝรั่งเศสกับเวียดนามก็ได้ทำสัญญาสงบศึกที่กรุงเจนีวา เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๗ เรียกว่า อนุสัญญาเจนีวา มีสาระสำคัญคือ ให้แบ่งเวียดนามออกเป็นสองส่วน คือ เวียดนามเหนือ และเวียดนามใต้ โดยใช้เส้นรุ้งที่ ๑๗ เหนือ ซึ่งผ่านเมืองกวางตรี ตามแนวแม่น้ำเบนไฮ เป็นเส้นแบ่งเขตแดน และให้เวียดนามเหนือ เวียดนามใต้ ลาว และกัมพูชา ซึ่งเคยรวมเป็นอินโดจีนของฝรั่งเศสตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๖๘ แยกออกเป็นรัฐอิสระ พ้นจากการปกครองของฝรั่งเศส พื้นที่บริเวณเส้นรุ้ง ๑๗ องศาเหนือ มีเขตแดนปลอดทหารด้านละไม่เกิน ๕ กิโลเมตร ในการนี้สหรัฐอเมริกา และเวียดนามใต้ไม่ได้ร่วมลงนามด้วย
            เวียดนามเหนือมีนโยบายที่รวม เวียดนามเข้าด้วยกัน และปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ โดยมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๓ โดยไม่มีการเลือกตั้งใด ๆ แต่มีการแต่งตั้งโฮจิมินห์ขึ้นเป็นประธานาธิบดี
            ทางด้านเวียดนามใต้ ยังคงตกอยู่ใต้อิทธิพลของฝรั่งเศส โดยฝรั่งเศสได้เชิญจักรพรรดิเบาได๋ ขึ้นเป็นประมุขปกครองประเทศ ต่อมากลุ่มผู้รักชาติ เวียดนามใต้ได้ขับไล่ฝรั่งเศสออกจากเวียดนาม จักรพรรดิเบาได๋ ได้แต่งตั้งนายโงดินห์เดียม เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีระบอบการปกครองแบบสาธารณรัฐ และได้จัดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี หลังจากที่จักรพรรดิ์ เบาได๋ สละราชสมบัติอีกครั้งหนึ่ง ในปี พ.ศ.๒๔๙๘ หลังจากนั้นก็มีการวุ่นวายแย่งชิงอำนาจกัน ในปี พ.ศ.๒๕๐๖ ได้มีคณะทหารเข้ายึดอำนาจการปกครอง ได้ประกาศนโยบายที่จะกวาดล้างคอมมิวนิสต์ สหรัฐฯ ให้การรับรอง ต่อมาทางเวียดนามเหนือ ได้เปิดฉากทำสงครามกองโจรกับเวียตนามใต้


* vitnan01.jpg (31.57 KB, 297x350 - ดู 6215 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 28, 2011, 09:28:46 PM โดย PUBANGKAPI » บันทึกการเข้า

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโทร 081-7725722 หรือมาดูได้ที่ประตูน้ำและมีนบุรีครับ เลขที่บัญชี 675-2-01014-3 ธ.กสิกรไทย สาขาพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ชื่อ อาดุลย์ สีสกุล
pubangkapi.
General of the Army
Sergeant Major
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 924
สนใจสินค้าโทรด่วนที่ o๘๑-๗๗๒๕๗๒๒

อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2011, 09:28:15 PM »

เหตุการณ์ในเวียดนามก่อนเกิดสงคราม


            ตามอนุสัญญาเจนีวา พ.ศ.๒๔๙๗ ที่ประชุมใหญ่ระหว่างชาติ มีสหรัฐฯ  อังกฤษ  สหภาพโซเวียต  เวียดนาม  ลาว และกัมพูชา มีสาระสำคัญอยู่ ๕ ประการ ที่สำคัญประการหนึ่งคือ เมื่อครบกำหนด ๒ ปี นับแต่ทำสัญญาสงบศึก ทั้งสองฝ่ายจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในเวียดนาม การเลือกตั้งนี้ให้อยู่ในความควบคุมของคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศ และประชาชนทั้งสองฝ่ายต้องมีสิทธิเลือกถิ่นที่อยู่โดยเสรี แต่ปรากฏว่าไม่ได้มีการปฏิบัติตามข้อตกลง ไม่มีการเลือกตั้ง เวียดนามจึงแบ่งออกเป็น เวียดนามใต้ และเวียดนามเหนือโดยปริยาย
            ในปี พ.ศ.๒๕๐๑ เวียดนามเหนือ หรือเวียดมินห์ ได้เริ่มทำสงครามกองโจรกับเวียดนามใต้ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ โรงเรียน เวียดมินห์จะเกลี้ยกล่อมเด็กอายุระหว่าง ๑๕ - ๑๖ ปี เข้าสมัครพรรคพวกฝึกอาวุธให้ แล้วเข้าแทรกซึมในหมู่บ้านจนประสบผลสำเร็จ สามารถขยายอิทธิพลออกไปอย่างกว้างขวาง ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๐๒ เวียดมินห์เริ่มทำการรุกรานเวียดนามใต้ด้วยอาวุธ และกำลังทหาร และในปี พ.ศ.๒๕๐๓ โฮจิมินห์ได้จัดตั้งกองกำลังเวียดกง แนวร่วมรักชาติเพื่อปลดปล่อยเวียดนามใต้ โดยได้ดำเนินการปลูกฝังแนวความคิด โฆษณาชวนเชื่อ ขู่เข็ญ คุกคาม และจูงใจในทุกวิถีทาง โดยผ่านองค์การบังหน้าต่าง ๆ
            ในปี พ.ศ. ๒๕๐๔ เวียดนามเหนือได้ทำการรุกรานเวียดนามใต้อย่างรุนแรง จนรัฐบาลเวียดนามใต้ต้องขอความช่วยเหลือจาก มิตรประเทศฝ่ายโลกเสรี ในปี พ.ศ.๒๕๐๘ เวียดนามเหนือได้ขยายกองกำลังเวียดกงขึ้นไปถึงระดับกองทัพ เริ่มเปิดฉากการรุกหนักหลายด้าน จนสามารถยึดพื้นที่ส่วนหนึ่งของภาคกลางของ เวียดนามใต้ได้เป็นจำนวนมาก และได้เข้าโจมตีเรือรบของสหรัฐฯ ทำให้ประธานาธิบดี จอห์นสัน ของสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจทำสงครามแบบขยายขอบเขต (Escalation) เข้าไปในเวียดนามเหนือ สงครามโดยเปิดเผยระหว่างสหรัฐฯ และเวียดนามเหนือ จึงเริ่มต้นตั้งแต่กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘ เป็นต้นมา



* vitnan02.jpg (22.11 KB, 261x320 - ดู 5926 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโทร 081-7725722 หรือมาดูได้ที่ประตูน้ำและมีนบุรีครับ เลขที่บัญชี 675-2-01014-3 ธ.กสิกรไทย สาขาพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ชื่อ อาดุลย์ สีสกุล
pubangkapi.
General of the Army
Sergeant Major
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 924
สนใจสินค้าโทรด่วนที่ o๘๑-๗๗๒๕๗๒๒

อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2011, 09:33:25 PM »

การช่วยเหลือของฝ่ายโลกเสรี

หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงในปี พ.ศ.๒๔๘๘ โลกได้ถูกแบ่งออกเป็น ๒ ค่าย คือ ค่ายคอมมิวนิสต์ มีสหภาพโซเวียตเป็นผู้นำ และค่ายเสรีประชาธิปไตย มีสหรัฐฯ เป็นผู้นำ ค่ายคอมมิวนิสต์ มีนโยบายรุกราน และต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ของประเทศต่าง ๆ ในโลก ให้เป็นแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ สหรัฐฯ จึงได้เสนอแผนการมาร์แชล (Marshall Plan) เพื่อบูรณะฟื้นฟูประเทศในยุโรปตะวันตก จากวิกฤตทางเศรษฐกิจ และตั้งองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติคเหนือ (NATO) สำหรับช่วยเหลือในทางทหาร
            ในเอเชียฝ่ายคอมมิวนิสต์ขยายอิทธิพลด้วยการส่งจารชน และผู้ก่อการร้ายเข้าไปบ่อนทำลายบรรดาประเทศในทวีปเอเชีย เช่น อินโดนีเซีย เกาหลี ศรีลังกา พม่า กัมพูชา ลาว และไทย เพื่อเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ และเข้ายึดครองประเทศเหล่านั้นตามอุดมการณ์ครองโลกของคอมมิวนิสต์
            สหรัฐฯ ตระหนักดีว่า หากอินโดจีนแพ้สงคราม และตกเป็นของคอมมิวนิสต์แล้ว จะนำไปสู่การสูญเสียเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด ตามทฤษฎีโดมิโน (Domino Theory) จึงได้ทุ่มเทความช่วยเหลือแก่ เวียดนามใต้ สหรัฐฯจึงเป็นผู้นำในการต่อต้านเวียดนามเหนือ นับตั้งแต่ฝรั่งเศสต่อสู้กับเวียดนามเหนือ เมื่อฝรั่งเศสแพ้ สหรัฐฯ จึงเข้าไปช่วยเหลือเวียดนามใต้
            ในปี พ.ศ.๒๕๐๘ เวียดนามใต้ตกอยู่ในจุดล่อแหลมที่สุด สหรัฐฯ จึงตกลงใจส่งกำลังทหารเข้าไปปฏิบัติการในเวียดนามใต้ พร้อมกับกำลังของฝ่ายโลกเสรีอีก ๗ ประเทศ คือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สเปน ฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และไทย การจัดรูปแบบของการรบเป็นในแบบสงครามจำกัด

การช่วยเหลือของฝ่ายคอมมิวนิสต์


 นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๙๗ เป็นต้นมา สหภาพโซเวียต และสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาอุตสาหกรรมของ เวียดนามเหนือมาโดยตลอด หลังปี พ.ศ.๒๕๐๘ เวียดนามเหนือได้ส่งคณะผู้แทนไปติดต่อประเทศฝ่ายคอมมิวนิสต์กว้างขวางยิ่งขึ้น ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๑๑ - ๒๕๑๓ ได้มีประเทศที่ให้ความช่วยเหลือได้แก่ โปแลนด์ เยอรมนีตะวันออก โรมาเนีย เชคโกสโลวาเกีย บัลกาเรีย แอลบาเนีย แมนจูเรีย มองโกเลีย และเกาหลีเหนือ






* vitnan03.jpg (46.21 KB, 306x250 - ดู 5726 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 28, 2011, 09:35:46 PM โดย PUBANGKAPI » บันทึกการเข้า

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโทร 081-7725722 หรือมาดูได้ที่ประตูน้ำและมีนบุรีครับ เลขที่บัญชี 675-2-01014-3 ธ.กสิกรไทย สาขาพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ชื่อ อาดุลย์ สีสกุล
pubangkapi.
General of the Army
Sergeant Major
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 924
สนใจสินค้าโทรด่วนที่ o๘๑-๗๗๒๕๗๒๒

อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2011, 09:38:26 PM »

การส่งทหารไปร่วมรบในสงครามเวียดนาม

ในปี พ.ศ.๒๕๐๗ ประธานาธิบดี ตรันวันมินห์ แห่งเวียดนามใต้ได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทย โดยขอให้ฝึกหัดนักบินของกองทัพอากาศเวียดนามใต้ ที่ส่งเข้ามาฝึกในประเทศไทย ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๐๙ รัฐบาลเวียดนามใต้ได้ขอความช่วยเหลือทางทหารจากไทยเพิ่มเติม โดยขอให้จัดส่งเรือไปช่วยปฏิบัติการลำเลียง และเฝ้าตรวจบริเวณชายฝั่ง ป้องกันการแทรกซึมทางทะเลให้แก่ เวียดนามใต้ และในปีเดียวกัน ก็ได้ขอกำลังจากกองทัพบกไทย เพื่อช่วยยับยั้งการคุกคามของเวียดนามเหนือ นอกจากรัฐบาลไทยแล้วเวียดนามใต้ก็ได้ขอร้องทำนองเดียวกันไปยังประเทศฝ่ายโลกเสรีอื่น ๆ
            รัฐบาลไทยได้พิจารณาเห็นว่า รัฐบาลเวียดนามใต้ ได้รับการยอมรับจากสมัชชา แห่งสหประชาชาติแล้วว่า เป็นรัฐบาลที่ได้จัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้อง ประเทศไทยจึงควรให้ความร่วมมือเพื่อป้องกัน และยับยั้งการรุกรานครั้งนี้ เพื่อผดุงและรักษาไว้ซึ่งสันติสุขของประชาชาติผู้รักสงบในภูมิภาคนี้ จึงรับหลักการให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ เวียดนามใต้ โดยให้กระทรวงกลาโหมรับผิดชอบดำเนินการ กระทรวงกลาโหมได้พิจารณาสนับสนุนตามลำดับดังนี้
            ขั้นต้น  ให้กองทัพอากาศทำการฝึกนักบินไอพ่นให้กับทหารอากาศเวียดนามใต้ ซึ่งเข้ามารับการฝึกในประเทศไทย ตั้งแต่กันยายน ๒๕๐๗ - กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘ รวม ๗ รุ่น ๆ ละ ๔ คน รวม ๒๘ คน
            ขั้นที่สอง  ให้กองทัพอากาศส่งหน่วยบิน ประกอบด้วยนักบินเครื่องบินลำเลียง ๑๐ คน ช่างอากาศ ๖ คน ไปสนับสนุนกองทัพอากาศ เวียดนามใต้ ทำการบินลำเลียงด้วยเครื่องบินลำเลียงแบบ C - ๔๗ เมื่อกันยายน ๒๕๐๗ เรียกนามรหัสหน่วยนี้ว่า หน่วยบินวิคตอรี (Victory Wing Unit)
           ขั้นที่สาม  จัดตั้งกองบังคับการหน่วยช่วยเหลือทางทหารในสาธารณรัฐเวียดนามขึ้นในกรุงไซ่ง่อน เมื่อพฤศจิกายน ๒๕๐๘ เพื่อควบคุมการปฏิบัติงานของหน่วยบินวิคตอรี ร่วมกับฝูงบินลำเลียงที่ ๔๑๕ เวียดนามใต้
            ในปี พ.ศ.๒๕๐๙ รัฐบาลเวียดนามใต้ขอร้องรัฐบาลไทย ให้ช่วยเหลือทางกำลังทหารเรือ ฝ่ายไทยจึงได้ส่งเรือจากกองทัพเรือไปช่วย โดยได้ส่งเรือหลวงพงัน ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ และเรือ ต.๑๒ ซึ่งเป็นเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งไปร่วมปฏิบัติการใน เวียดนามใต้ โดยขึ้นสมทบกับหน่วยบริการทางทะเล ทางทหารสหรัฐฯ ประจำกรุงไซ่ง่อน และกองเรือเฉพาะกิจที่ ๑๑๕ ตามลำดับ เรียกนามรหัสว่า ซีฮอร์ส (Sea Horse Task Element)
            รัฐบาลเวียดนามใต้ได้ขอความช่วยเหลือทางทหารจากไทยเพิ่มเติมอีก ดังนั้นในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๐ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้กระทรวงกลาโหม จัดกำลังรบภาคพื้นดินในอัตรากรมทหารอาสาสมัคร ไปปฏิบัติการใน เวียดนามใต้ ภายหลังได้รับนามรหัสว่า จงอางศึก (Queen's Cobra Unit) นับเป็นกองกำลังหน่วยแรกของกองทัพบกที่ปฏิบัติการรบในสงครามเวียดนาม ต่อมาเมื่อพฤษภาคม  ๒๕๑๐ ก็ได้เพิ่มกำลังจากขนาดกรมเป็นกองพลในชื่อเดิม คือ กองพลทหารอาสาสมัคร จากนั้นก็ได้ปรับปรุงกองบังคับการหน่วยช่วยเหลือทางทหาร ในสาธารณรัฐเวียดนาม เป็นกองบัญชาการกองกำลังทหารไทย ในสาธารณรัฐ เวียดนาม คำย่อว่า  บก.กกล. ไทย/วน. เป็นหน่วยขึ้นตรงกองบัญชาการทหารสูงสุด
กองบัญชาการกองกำลังทหารไทยในสาธารณรัฐเวียดนาม ผลัดที่ ๑
            จัดตั้งขึ้นเมื่อ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๑๐ โดยมี พลตรี ยศ  เทพหัสดินทร์ ณ อยุธยา เป็นผู้บัญชาการ มีที่ตั้งชั่วคราวอยู่ที่กองบัญชาการทหารสูงสุดส่วนหน้า เชิงสะพานเกษะโกมล ถนนอำนวยสงคราม กรุงเทพ ฯ
            กำลังพลในกองบัญชาการกองกำลังทหารไทย ฯ ผลัดที่ ๑ ออกเดินทางตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๑๐ จึงเข้าที่ตั้งเสร็จ ได้ปฏิบัตหน้าที่ตามภารกิจได้ครบถ้วน สมบูรณ์ตามที่ได้รับมอบหมายทุกประการ ตามสายการบังคับบัญชาของชาติ ซึ่งประกอบไปด้วย กองบัญชาการกองกำลังทหารไทย กรมทหารอาสาสมัคร หน่วยเรือซีฮอร์ส และหน่วยบินวิคตอรี
            เมื่อครบกำหนด ๑ ปี และเมื่อกองบัญชาการกองกำลังทหารไทย ฯ ผลัดที่ ๒ เดินทางไปรับหน้าที่ เมื่อ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๑๑ แล้ว ก็เดินทางกลับประเทศไทยเป็นส่วน ๆ โดยเครื่องบินลำเลียงของสหรัฐฯ ดำเนินกรรมวิธีส่งกำลังพลคืนต้นสังกัด จนแล้วเสร็จเมื่อ ๑๕ กันยายน ๒๕๑๑


* vitnan04.jpg (25.73 KB, 357x200 - ดู 7013 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 29, 2011, 12:14:36 PM โดย PUBANGKAPI » บันทึกการเข้า

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโทร 081-7725722 หรือมาดูได้ที่ประตูน้ำและมีนบุรีครับ เลขที่บัญชี 675-2-01014-3 ธ.กสิกรไทย สาขาพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ชื่อ อาดุลย์ สีสกุล
pubangkapi.
General of the Army
Sergeant Major
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 924
สนใจสินค้าโทรด่วนที่ o๘๑-๗๗๒๕๗๒๒

อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2011, 09:39:32 PM »

กองบัญชาการกองกำลังทหารไทยฯ ผลัดที่ ๒ - ๕

ผลัดที่ ๒  พลโท ฉลาด  หิรัญศิริ  เป็นผู้บัญชาการ แบ่งการเดินทางโดยเครื่องบินลำเลียงของกองทัพอากาศสหรัฐฯ เสร็จสิ้นเมื่อ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๑๑
            นอกจากปฏิบัติการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายแล้ว ยังได้ทำการช่วยเหลือประชาชน โดยจัดชุดแพทย์ ทันตแพทย์ และเจ้าหน้าที่ผลัดกันออกไปปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลเวียดนามใต้ ณ สถานพยาบาลตูดึ๊ก จังหวัดยาดินห์ เป็นประจำทุกวัน เพื่อให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนอีกด้วย
            เมื่อปฏิบัติหน้าที่ครบ ๑ ปี และผลัดที่ ๓  มารับหน้าที่แล้ว จึงเดินทางกลับโดยแบ่งออกเป็น ๔ ส่วน คือส่วนที่ ๑ จำนวน ๘๙ คน  ส่วนที่ ๒ จำนวน ๖๐ คน  ส่วนที่ ๓ จำนวน ๖๐ คน  ส่วนที่ ๔ จำนวน ๑๘ คน  เดินทางโดยเครื่องบินกลับถึงประเทศไทยเสร็จสิ้นเมื่อ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๑๒
            ผลัดที่ ๓  พลโท เชวง  ยังเจริญ  เป็นผู้บัญชาการ การเดินทางไปแบ่งออกเป็น ๔ ส่วน เดินทางโดยเครื่องบินเสร็จสิ้นเมื่อ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๑๓ การปฏิบัติการตามภารกิจที่ได้รับมอบคงเป็นเช่นเดียวกับผลัดที่ ๒  เมื่อปฏิบัติการครบกำหนด ๑ ปี และผลัดที่ ๔ ไปรับหน้าที่แล้วจึงเดินทางกลับ โดยแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน เดินทางโดยเครื่องบิน เสร็จสิ้นเมื่อ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๑๓
            ผลัดที่ ๔  พลโท เสริม  ณ นคร  เป็นผู้บัญชาการ การเดินทางไปแบ่งเป็น ๔ ส่วน เดินทางโดยเครื่องบิน เสร็จสิ้นเมื่อ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๑๓ การปฏิบัติการตามภารกิจที่ได้รับมอบคงเป็นเช่นเดียวกับผลัดที่ ๓  เมื่อปฏิบัติการครบ ๑ ปี และผลัดที่ ๕ มารับหน้าที่แล้วจึงเดินทางกลับ โดยแบ่งเป็น ๔ ส่วน เดินทางโดยเครื่องบินเสร็จสิ้นเมื่อ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๑๔
            ผลัดที่ ๕  พลตรี ทวิช  บุญญาวัฒน์  เป็นผู้บัญชาการ การเดินทางไปแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน เดินทางโดยเครื่องบินเสร็จสิ้นเมื่อ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๑๔
            ในปลายปี พ.ศ.๒๕๑๓ รัฐบาลไทยเริ่มดำริที่จะถอนกำลังทหารไทย ในเวียดนามใต้กลับประเทศไทย ได้มีการปรึกษาหารือ กับ กองบัญชาการทหารสูงสุดเวียดนามใต้ และรัฐบาลเวียดนามใต้ จนได้ข้อยุติในการถอนกำลังกลับ โดยแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนแรกเริ่มถอนในเดือนกรกฎาคม ๒๕๑๔ ส่วนที่เหลือในเดือนกันยายน ๒๕๑๕ สำหรับหน่วยเรือซีฮอร์ส เรือ ต.๑๒ จะกลับในเดือนพฤษภาคม ๒๕๑๔ เรือหลวงพงันจะกลับในเดือนเมษายน ๒๕๑๕ ส่วนหน่วยบินวิคตอรี จะถอนกำลังกลับหมดในเดือนธันวาคม ๒๕๑๔ กองบัญชาการทหารไทยฯ ผลัดที่ ๕ จะไปปฏิบัติการเพื่อควบคุมการถอนกำลังทหารไทยกลับ อยู่จนถึงเดือนเมษายน ๒๕๑๕ หลังจากนั้นรัฐบาลไทยจะส่งหน่วยขนาดเล็กที่จะเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือกับฝ่ายโลกเสรี ประจำในเวียดนามใต้ต่อไป
            การถอนกำลังกลับประเทศไทย ส่วนใหญ่เดินทางโดยเครื่องบินลำเลียงแบบ C -๑๓๐ ของสหรัฐฯ  ส่วนสิ่งของส่งไปกับเรือหลวงพงัน โดยแบ่งการเดินทางเป็น ๓ ส่วน เสร็จสิ้นเมื่อ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๑๕
สำนักงานผู้แทนทหารไทยในสาธารณรัฐเวียดนาม
            เมื่อกองบัญชาการกองกำลังทหารไทย ฯ และกองกำลังทหารไทยทั้งหมด ต้องถอนกำลังกลับประเทศไทยในกลางเดือนพฤษภาคม ๒๕๑๕ กองบัญชาการทหารสูงสุดส่วนหน้า จึงได้ตั้งสำนักงานผู้แทนทหารไทยในสาธารณรัฐเวียดนาม (สน.ผทท.ไทย วน.) ขึ้น มีกำลังพล ๓๘ คน มีพันเอก ชูวิทย์  ช.สรพงษ์  เป็นหัวหน้าสำนักงาน เดินทางไปปฏิบัติงานเมื่อ ๑ พฤษภาคม ๒๕๑๕ และรับมอบหน้าที่ในการติดต่อประสานงานกับกองกำลังฝ่ายโลกเสรี ที่ยังคงอยู่ในเวียดนามใต้
            เมื่อปฏิบัติได้เกือบครบ ๑ ปี สถานการณ์ในเวียดนามใต้ เข้าสู่สภาพคับขันยิ่งขึ้น กองบัญชาการทหารสูงสุด จึงได้มีคำสั่งให้ปิดสำนักงานนี้ แล้วส่งมอบงานการติดต่อประสานงานต่าง ๆ ให้กับสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารไทย ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไซ่ง่อน และให้กำลังพลเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อ ๒ มีนาคม ๒๕๑๖ เป็นการยุติการปฏิบัติการรบของทหารไทยในเวียดนามใต้ตั้งแต่นั้นมา


* vitnan05.jpg (30.09 KB, 316x230 - ดู 6129 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 29, 2011, 12:15:22 PM โดย PUBANGKAPI » บันทึกการเข้า

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโทร 081-7725722 หรือมาดูได้ที่ประตูน้ำและมีนบุรีครับ เลขที่บัญชี 675-2-01014-3 ธ.กสิกรไทย สาขาพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ชื่อ อาดุลย์ สีสกุล
pubangkapi.
General of the Army
Sergeant Major
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 924
สนใจสินค้าโทรด่วนที่ o๘๑-๗๗๒๕๗๒๒

อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2011, 09:42:12 PM »

กรมทหารอาสาสมัคร(กรม อสส.)

  กองทัพบกรับผิดชอบดำเนินการจัดกำลังทางบก ได้ทำการเรียกพลจากผู้ที่มาสมัครและรับสมัครทหารกองหนุน และทหารกองเกิน โดยให้มณฑลทหารบก จังหวัดทหารบก รวมทั้งกรมทหารราบที่๒๑ รักษาพระองค์ เป็นหน่วยรับสมัคร มีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมาก
           กองทัพบกได้มีคำสั่งแต่งตั้ง พันเอก สนั่น  ยุทธสารประสิทธิ์  เป็นผู้บังคับการกรมทหารอาสาสมัครและใช้อาคารกองพันทหารปืนใหญ่ ที่ ๒๑ รักษาพระองค์ เป็นที่ตั้งกองบังคับการกรมทหารอาสาสมัครมีกำลังทั้งสิ้น ๒,๒๐๗ คน และกำลังทดแทนร้อยละ ๕ เมื่อได้ทำการฝึกเสร็จในเดือนกรกฎาคม๒๕๑๐ แล้วก็ได้เริ่มออกเดินทางเป็นส่วน ๆ ส่วนล่วงหน้าเดินทางเมื่อ ๑๐ สิงหาคม๒๕๑๐ และส่วนสุดท้ายเดินทางเมื่อ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๑๐ กำลังส่วนใหญ่เดินทางโดยเรือ
           กรมอาสาสมัครได้รับคำสั่งให้เป็นหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ ๙ สหรัฐฯ ตั้งอยู่ที่ค่ายแบร์แคตอำเภอลองถั่น จังหวัดเบียนหว่า อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของกรุงไซ่ง่อนห่างออกไปประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ได้รับมอบภารกิจในการตั้งรับ แบบยึดพื้นที่ด้านตะวันออกและด้านใต้ของอำเภอโนนทรัค เพื่อเสริมที่มั่นให้แก่พื้นที่ส่วนหนึ่งของพื้นที่สนใจทางยุทธวิธี(Tactical Area of Interest) ของกองพลทหารราบที่ ๙ สหรัฐฯ ด้วยการปฏิบัติการลาดตระเวนพื้นที่และเส้นทางอย่างกว้างขวางการซุ่มโจมตี การทำลายเป้าหมายอย่างฉับพลัน และการยุทธส่งทางอากาศเพื่อทำลายกำลังและที่ตั้งของพวกเวียดกง ช่วยเหลือหน่วยทหารเวียดนามใต้ในการระวังป้องกันพื้นที่ตั้งและเส้นทางคมนาคม ตลอดจนสนับสนุนโครงการพัฒนาพื้นที่ในเขตรับผิดชอบปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน และปฏิบัติการจิตวิทยา
พื้นที่ปฏิบัติการ(Area of Operation - AO)
           กรมทหารอาสาสมัครได้รับมอบพื้นที่ปฏิบัติการ (Area of operation - AO) ในบริเวณอำเภอโนนทรัคและอำเภอลองถั่น จังหวัดเบียนหว่า บนฝั่งขวาของแม่น้ำดองไน ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าละเมาะและสวนยางพื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม มีลำน้ำเล็ก ๆ หลายสายไหลลงสู่แม่น้ำดองไน ผ่านเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติการพื้นที่บริเวณนี้ฝ่ายเวียดกงได้ใช้เป็นเส้นทางลำเลียงอาวุธยุทธภัณฑ์ และเสบียงอาหารจากชายฝั่งทะเลไปยังพื้นที่ปฏิบัติการทางสหรัฐฯเคยส่งกองพันทหารราบ เข้ายึดพื้นที่บริเวณนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ทหารในกองพันถูกเวียดกงสังหารเสียชีวิตหมดทั้งกองพันจนไม่มีทหารฝ่ายโลกเสรีชาติใดกล้าเข้าไปตั้งอยู่ในพื้นที่แห่งนี้


* vitnan06.jpg (40.72 KB, 324x250 - ดู 5829 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโทร 081-7725722 หรือมาดูได้ที่ประตูน้ำและมีนบุรีครับ เลขที่บัญชี 675-2-01014-3 ธ.กสิกรไทย สาขาพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ชื่อ อาดุลย์ สีสกุล
pubangkapi.
General of the Army
Sergeant Major
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 924
สนใจสินค้าโทรด่วนที่ o๘๑-๗๗๒๕๗๒๒

อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2011, 09:44:22 PM »

แผนการยุทธและการปฏิบัติการ

กรมทหารอาสาสมัครได้เริ่มแผนการยุทธขึ้นใช้ชื่อว่า แผนยุทธการนเรศวรและได้แบ่งออกเป็นแผนย่อยอีก ๑๘ แผน ให้ชื่อต่างๆ ไว้ทุกแผน ได้วางกำลังตามอัตราการจัดส่วนใหญ่ไว้ที่บังคับการกรมในค่ายแบร์แคตเมื่อมีเหตุการณ์รบเกิดขึ้น จึงจัดกำลังใหม่ให้เหมาะสมแก่การตอบโต้กับข้าศึกในแต่ละครั้งแล้วเคลื่อนกำลังไปวางยังจุดที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น
          ระหว่าง ๕ กันยายน - ๙ ตุลาคม ๒๕๑๐ กรมทหารอาสาสมัคร ได้รับมอบภารกิจให้ป้องกันค่ายแบร์แคตจากการถูกเวียดกงโจมตีจึงได้ส่งหน่วยลาดตระเวนออกค้นหาและทำลายเวียดกงในพื้นที่ทางตอนเหนือของค่ายซึ่งเป็นสวนยางอันเวียง กรมอาสาสมัครใช้แผนยุทธการบางแสนโดยตั้งฐานกองร้อยแล้วส่งกำลังขนาดหมวดออกลาดตระเวน และซุ่มโจมตีข้าศึก สามารถค้นหาและทำลายที่กำบังปิด(Bunker) และทุ่นระเบิด ได้เป็นจำนวนมาก
          ๑๐ - ๑๕ ตุลาคม ๒๕๑๐ กรมทหารอาสาสมัคร ได้รับมอบภารกิจในการลาดตระเวนค้นหาและกวาดล้างข้าศึกในพื้นที่บริเวณหมู่บ้านอันเวียงซึ่งเป็นที่ลุ่มมีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน เต็มไปด้วยป่าละเมาะรกทึบ พื้นที่บริเวณนี้ทหารไทยเราเรียกกันว่าทุ่งทองกรมทหารอาสาได้กำหนดแผนยุทธการลาดหญ้าสำหรับการเคลื่อนย้ายกำลังทางอากาศเพื่อสนับสนุนกำลังทางพื้นดิน เนื่องจากพื้นที่นั้นอยู่ไกลเกินระยะยิงของปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้งขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร ของกองร้อยปืนใหญ่สนาม ผลการปฏิบัติทำให้เวียดกงต้องถอนตัวออกไปจากทุ่งทอง
          ๒๐ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๑๐ กรมทหารอาสาสมัคร ได้รับมอบภารกิจให้เสริมสร้างความมั่นคงในเขต อำเภอโนนทรัคซึ่งมีเวียดกงปฏิบัติการกระจายอยู่ทั่วไป จึงกำหนดแผนยุทธการนเรศวรขึ้น จึงวางกำลังกระจายเต็มพื้นที่ซึ่งอยู่ในอิทธิพลของเวียดกง ปฏิบัติการจิตวิทยาพร้อมไปกับการกวาดล้างเวียดกงได้มีการปะทะกับเวียดกงหลายแห่ง และหลายครั้ง ยึดอาวุธกระสุน และทำลายที่กำบังปิดได้หลายแห่ง
          พฤศจิกายน ๒๕๑๐ กรมทหารอาสาสมัคร ได้รับมอบภารกิจให้ขยายพื้นที่ปฏิบัติการออกไปอย่างกว้างขวางการรบทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ฝ่ายเราสามารถทำลายที่ตั้งฐานปฏิบัติการ ที่ซ่อนอาวุธและเสบียงอาหารของเวียดกงได้เป็นจำนวนมาก
          ธันวาคม ๒๕๑๐ การปฏิบัติการคงเป็นไปตามแผนนเรศวร ผลการปฏิบัติปรากฏว่าฝ่ายเวียดกงต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับตลอดเวลาและสูญเสียอิทธิพลที่เคยมีอยู่เหนือประชาชนในพื้นที่
           ฐานปฏิบัติการที่กำลังทหารไทยตั้งอยู่ มีสภาพแวดล้อมที่เกื้อกูล และทั้งไม่เกื้อกูลในบางประการแก่ทั้งสองฝ่ายฝ่ายเวียดกงจะส่งหน่วยทหารช่างสังหาร(Sapper)  ขนาดหมวด เข้าไปก่อวินาศกรรมฐานที่ตั้งของไทยโดยอาศัยความรกทึบของป่าเป็นที่หลบซ่อนกำบังตัว กรมทหารอาสาสมัครจึงเตรียมการป้องกันโดยถากถางป่ารอบๆ ฐานที่ตั้งทุกแห่งไม่ให้เวียดกงใช้ประโยชน์ได้  และเป็นประโยชน์ต่อการตรวจการณ์และพื้นที่การยิงของฝ่ายเรา เป็นการปฏิบัติตามแผนสมเกียรติได้มีการปิดล้อม และตรวจค้น หมู่บ้านฟุกโถ ๑ ครั้ง หมู่บ้านบาบอง ๑ ครั้งเพื่อค้นหา และทำลายกำลังกองโจรและกำลังหลักของเวียดกง โดยมีกำลังตำรวจเวียดนามใต้เข้าร่วมปฏิบัติการด้วย




* vitnan07.jpg (25.69 KB, 359x200 - ดู 5704 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 29, 2011, 12:16:19 PM โดย PUBANGKAPI » บันทึกการเข้า

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโทร 081-7725722 หรือมาดูได้ที่ประตูน้ำและมีนบุรีครับ เลขที่บัญชี 675-2-01014-3 ธ.กสิกรไทย สาขาพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ชื่อ อาดุลย์ สีสกุล
pubangkapi.
General of the Army
Sergeant Major
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 924
สนใจสินค้าโทรด่วนที่ o๘๑-๗๗๒๕๗๒๒

อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2011, 09:47:05 PM »

การปฏิบัติการรบที่ฟุกโถ(๒๐ - ๒๑ ธันวาคม ๒๕๑๐)

พื้นที่บริเวณบ้านฟุกโถ ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่มน้ำท่วมขัง เมื่อน้ำลดจะกลายเป็นโคลนสภาพทั่วไปเป็นทุ่งนา ป่า สวน แม่น้ำ ลำคลอง มีหญ้าคาขึ้นสูงท่วมศีรษะ ป่าส่วนมากเป็นป่าละเมาะป่าไผ่ ป่าชายเลน สวนยาง และสวนมะม่วงหิมพานต์  ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนชราสตรีมีครรภ์ และเด็ก ซึ่งเป็นฝ่ายเวียดนามใต้ แต่ชายฉกรรจ์ทุกคน ถูกเวียดกงบีบบังคับให้เป็นผู้ส่งเสบียงให้เวียดกงซึ่งจำใจต้องทำเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว ต้องไปหลบซ่อนตัวอยู่ตามป่าตามเขาไม่ปรากฏตัวออกมาให้เห็น เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวกองร้อยอาวุธเบาของไทยที่อยู่ในพื้นที่ต้องส่งกำลัง๑ หมู่ออกไปช่วยเก็บเกี่ยว และให้ความคุ้มครองชาวบ้านเหล่านี้
           ฐานที่ตั้งกองร้อยอาวุธเบาที่ ๑ คร่อมทับอยู่บนถนนสาย ๓๑๙ ทางทิศใต้ของหมู่บ้านฟุกโถวางแนวที่มั่นตั้งรับเป็นวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๓๐๐ เมตร มีคูติดต่อถึงกันรั้วใช้ลวดหนามหีบเพลงเป็นเครื่องกีดขวางตลอดแนวที่มั่น ฝ่ายเราได้ดำรงการเกาะเวียดกงตลอดเวลาทั้งการตรวจการณ์และการลาดตระเวน ด้วยการออกไปลาดตระเวนและซุ่มโจมตี หมุนเวียนกันทั้งกลางวันและกลางคืน ผลัดกลางวันเรียกว่า ชุดซุ่มโจมตี(Ambush) ผลัดกลางคืนเรียกว่า ชุดเฝ้าตรวจ(Watching)
           ในคืนวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๑๐ เวลา ๒๒ .๑๐ น. เวียดกงได้เริ่มระดมยิงฐานกองร้อยด้วยเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด ๘๒ มิลลิเมตร อย่างรุนแรง เวียดกงได้ใช้กำลังขนาดใหญ่บุกเข้าโจมตีกองร้อยอาวุธเบาที่๑ ถึงสามด้านพร้อมกัน เวียดกงได้ระดมกันเข้าทำลายรั้วลวดหนามหีบเพลง และสามารถตีเจาะเข้าไปในหมวดปืนเล็กที่๑ ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ถูกยิงตายเป็นจำนวนมากเวียดกงไม่สามารถเจาะเข้าไปถึงที่บังคับการกองร้อยได้ ด้านหมวดปืนเล็กที่๒ เวียดกงได้ส่งกำลังบุกเข้าโจมตีเต็มกว้างด้านหน้าเป็นหลายระลอกระลอกแรกใช้ระเบิดขว้างทำลายลวดหนาม แต่เจาะแนวเข้ามาไม่ได้ มีกำลังบางส่วนบุกเข้าตรงรอยต่อระหว่างหมวดแล้วใช้ทุ่นระเบิดวงเดือนทำลายรั้วลวดหนาม สามารถเจาะผ่านแนวรั้วลวดหนาม และผ่านคูติดต่อเข้าไปจึงเกิดการรบขั้นตะลุมบอน แนวรั้วลวดหนามบางแห่งเวียดกงใช้ไม้กระดานพาดแล้วปีนข้ามไปแต่เนื่องจากพวกเวียดกงไม่คุ้นกับสภาพของฐานที่มั่นของไทย จึงเหยียบถูกลูกระเบิดและสะดุดกับพลุส่องแสงที่วางไว้รอบฐาน ระหว่างนั้นเครื่องบินสปุ๊คกี้(Spooky)ก็ได้ไปทิ้งพลุส่องสว่าง ปืนใหญ่ของกรมทหารอาสาสมัครได้ช่วยยิงกระสุนส่องแสงทำให้บริเวณฐานที่ตั้งสว่างไสวไปทั่ว ฝ่ายเราจึงมองเห็นฝ่ายเวียดกงได้ชัดเจนจึงเป็นฝ่ายได้เปรียบสามารถสังหารเวียดกงได้เป็นจำนวนมาก ข้าศึกส่วนใหญ่ติดอยู่ที่คูติดต่อไม่สามารถเจาะผ่านเข้าไปได้ด้านหมวดปืนเล็กที่ ๓ การต่อสู้เป็นไปอย่างรุนแรงจนเที่ยงคืน ข้าศึกจึงถอยกลับไปแล้วก็กลับรวมกำลังเข้าโจมตีอีก แต่ไม่สามารถผ่านแนวต้านทานเข้าไปได้
           การต่อสู้ดำเนินไปเป็นเวลาเกือบ ๕ ชั่วโมง เมื่อถึงเวลา ๐๓.๐๐ น. ข้าศึกจึงเริ่มถอนตัวออกจากแนวต้านทานของหมวดปืนเล็กต่างๆ ของไทย ต่อมาเมื่อเวลา ๐๔.๐๐ น. เมื่อการยิงของพวกเวียดกงเบาบางลงผู้บังคับกองร้อยจึงส่งกองหนุนบรรทุกรถสายพานลำเลียงพล๒ คัน ออกปฏิบัติทางด้านเข้าตีหลักของเวียดกง และขอให้ปืนใหญ่เลื่อนฉากการยิงออกไปเพื่อทำลายกำลังและสกัดกั้นการถอนตัวของเวียดกง การรบยุติลงเมื่อเวลา ๐๕๓๐น.
           ผลการรบฝ่ายเราเสียชีวิต ๖ คน บาดเจ็บสาหัส ๙ คน ฝ่ายเวียดกงเสียชีวิตนับศพได้๙๕ ศพ เสียชีวิตแต่นำศพกลับไปได้ ๙๐ ศพ (ตามคำให้การของเชลยศึก) บาดเจ็บ ๘๐คน ถูกจับเป็นเชลย ๒ คน ยึดอาวุธฝ่ายเวียดกงได้เป็นจำนวนมาก
           การรบที่ฟุกโถ  นับเป็นการรบที่กรมทหารอาสาสมัครของไทยประสบชัยชนะอย่างเด็ดขาดถือได้ว่าเป็นวันแห่งชัยชนะของไทย ในสมรภูมิต่างแดน และยังผลในการสร้างขวัญกำลังใจแก่ทหารเวียดนามใต้เป็นอันมาก
           กรมทหารอาสาสมัครของไทยได้รับคำชมเชยจากพลเอกเวสท์มอร์แลนด์  ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการช่วยเหลือทางทหารสหรัฐฯประจำเวียดนามใต้ และพลเอกเถาวันเวียน ประธานคณะเสนาธิการผสม กองทัพเวียดนามใต้

คำชมเชยที่ได้รับของกรมทหารอาสาสมัคร

การปฏิบัติการของกรมทหารอาสาสมัคร ที่รู้จักกันดีในฉายาจงอางศึก ตลอดระยะเวลา๑ ปี ในสมรภูมิเวียดนาม เป็นที่ชื่นชมและได้รับคำยกย่องสรรเสริญจากหน่วยเหนือและบรรดากองกำลังชาติพันธมิตรฝ่ายโลกเสรีเป็นอันมาก  นอกจากนี้กองทัพบกสหรัฐฯยังได้มอบเกียรติบัตรชมเชยการปฏิบัติการเป็นหน่วย (Award of the MeritoriousUnit Commendation) แก่กรมทหารอาสาสมัครเมื่อ วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๑๑


* vitnan08.jpg (29.66 KB, 349x200 - ดู 5836 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 28, 2011, 10:04:33 PM โดย PUBANGKAPI » บันทึกการเข้า

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโทร 081-7725722 หรือมาดูได้ที่ประตูน้ำและมีนบุรีครับ เลขที่บัญชี 675-2-01014-3 ธ.กสิกรไทย สาขาพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ชื่อ อาดุลย์ สีสกุล
pubangkapi.
General of the Army
Sergeant Major
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 924
สนใจสินค้าโทรด่วนที่ o๘๑-๗๗๒๕๗๒๒

อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2011, 09:50:35 PM »

กองพลทหารอาสาสมัคร(พล.อสส.)

กองทัพบกได้ออกคำสั่งจัดตั้งกองพลทหารอาสาสมัคร เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๑๑จำนวนกำลังพลทั้งสิ้น ๑๑,๓๐๐ คน ที่ตั้งปกติอยู่ที่ค่ายกาญจนบุรีตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง ฯ จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีศูนย์ดำเนินกรรมวิธีทหารไปรบต่างประเทศ(ศกน.) กรมยุทธศึกษาทหารบก เป็นหน่วยให้การสนับสนุนในด้านธุรการ และส่งกำลังบำรุงกับมีเจ้าหน้าที่ประสานงานของสหรัฐฯ (Detachment I) เป็นที่ปรึกษา โดยบรรจุมอบเป็นหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกแต่ฝากการบังคับบัญชาไว้กับกรมยุทธศึกษาทหารบก กำลังของกองพลทหารอาสาสมัครแบ่งเป็นผลัดๆ ละ ๑ ปี
กองพลทหารอาสาสมัครผลัดที่ ๑
           จัดตั้งเมื่อ ๒๒ มกราคม ๒๕๑๑ มีพลตรี ทวี ดำรงหัด เป็นผู้บัญชาการกองพล แบ่งออกเป็น๒ ผลัด เคลื่อนย้ายเข้าที่ตั้งปกติ ในค่ายกาญจนบุรีในวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๑
           การฝึก แบ่งออกเป็น ๓ ตอน ใช้เวลา ๒๕ สัปดาห์ เมื่อฝึกเสร็จแล้วทุกฐานกำเนิดส่งกำลังพลเข้ารวมพลที่ค่ายกาญจนบุรีเพื่อรับการฝึกหลักขั้นการฝึกเป็นกองร้อยต่อไป
           การเดินทาง แบ่งออกเป็น ๔ ส่วนคือ ส่วนเตรียมการ ส่วนล่วงหน้าส่วนใหญ่ และส่วนหลัง การเดินทางไปเสร็จสิ้นเมื่อ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๑๑ และเข้าที่ตั้งที่ค่ายมาตินค๊อกซ์(Camp Matincox)  ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่าค่ายแบร์แคต (Camp Bear Cat) ในเขตอำเภอลองถั่น จังหวัดเบียนหว่า ค่ายนี้มีพื้นที่ประมาณ ๙ ตารางกิโลเมตร กองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๑ ขึ้นอยู่ในบังคับบัญชาของกองกำลังทหารไทย ในสาธารณรัฐเวียดนามและขึ้นในความควบคุมทางยุทธการของกองทัพสนามที่ ๒ สหรัฐฯ (US II Field ForceVietnam)  ซึ่งรับผิดชอบร่วมกับกองทัพน้อยที่ ๓ เวียดนามใต้ ในการป้องกันเขตรับผิดชอบทางยุทธวิธีของกองทัพน้อยที่๓ (III Corps Tactical Zone)
ภารกิจ
           กองทัพสนามที่ ๒ สหรัฐฯ  ได้มอบกิจเฉพาะให้กองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่๑ เฉพาะที่สำคัญดังนี้
               ๑.  ปฏิบัติการทางยุทธวิธีเพื่อค้นหา ทำลายกำลัง และยุทโธปกรณ์ของเวียดกงกองทัพประจำการของเวียดนามเหนือ และกำลังกองโจรประจำถิ่น ในพื้นที่รับผิดชอบทางยุทธวิธีด้วยการลาดตระเวนระยะไกล และการลาดตระเวนด้วยกำลังมากในพื้นที่รับผิดชอบ การปิดล้อมและตรวจค้นหมู่บ้านการซุ่มโจมตีเป็นตำบลและพื้นที่ กับการรบร่วมกับกองกำลังชาติพันธมิตร
               ๒.  ปฏิบัติการจิตวิทยาเพื่อการสนับสนุนและการปฏิบัติการทาวยุทธวิธีโครงการพัฒนาชนบท และโครงการต้อนรับผู้กลับใจ ปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนการให้การรักษาพยาบาล
               ๓.  ป้องกันและรักษาเส้นทางคมนาคม สะพาน และที่ตั้งสำคัญๆในพื้นที่รับผิดชอบ
               ๔.  สนับสนุนหน่วยทหารและตำรวจแห่งชาติเวียดนามใต้ในการป้องกัน และควบคุมประชาชนตลอดจนทรัพยากร
               ๕.  ป้องกันฐานยิงสนับสนุนในพื้นที่รับผิดชอบ ป้องกันอำเภอลองถั่น และการปฏิบัติการซุ่มโจมตีรวมทั้งการรักษาความปลอดภัยค่ายแบร์แคต
การสนับสนุน
           กองพลทหารอาสาสมัคร  ได้รับการสนับสนุนทางการส่งกำลังบำรุงจากสหรัฐฯตามข้อตกลงโดยกองทัพสหรัฐฯ  ได้จัดหน่วยแยกทางการส่งกำลังบำรุง จากหน่วยสนับสนุนทางการส่งกำลังบำรุงที่๒๙ สหรัฐฯ ไปตั้งประจำอยู่ที่ค่ายแบร์แคต สนับสนุนอุปกรณ์ทุกประเภท เว้นสิ่งอุปกรณ์สายแพทย์ซึ่งหน่วยจะเบิกตรงจากหมวดส่วนหน้าของคลังแพทย์ที่ ๓๒ ซึ่งตั้งอยู่ที่ลองบินห์สิ่งอุปกรณ์ประเภท ๕ เบิกตรงกับคลังกระสุนของกองพันสรรพาวุธที่ ๓ สหรัฐฯ ที่ลองบินห์ การเบิกชิ้นส่วนซ่อม และการซ่อมเครื่องบิน หรือเฮลิคอปเตอร์ ประสานงานโดยตรงกับกองร้อยขนส่ง(สนับสนุนโดยตรง) ที่ ๕๖ สหรัฐฯ การเบิกแผนที่ แผนผัง และวัสดุอื่น ๆ เกี่ยวกับแผนที่ เบิกตรงกับหมวดช่างที่ ๕๔๗ สหรัฐฯ ที่ลองบินห์ สาธารณูปโภคในค่ายแบร์แคตได้รับการสนับสนุนจากหน่วยช่างก่อสร้างภาคพื้นแปซิฟิก
           กองทัพเวียดนามใต้ ให้การสนับสนุนข้าวและเกลือ ส่วนอาหารแห้งและเสบียงพิเศษกองบัญชาการทหารสูงสุดส่วนหน้า สนับสนุนให้
การปฏิบัติการ
           ได้เข้าปฏิบัติการแทนที่กองพลทหารราบที่ ๙ สหรัฐฯ  โดยได้รับมอบพื้นที่รับผิดชอบทางยุทธวิธีเฉพาะอำเภอลองถั่นส่วนพื้นที่สนใจทางยุทธวิธี ได้รับมอบพื้นที่บางส่วนของจังหวัดเบียนหว่า และจังหวัดลองคานห์ซึ่งติดกับพื้นที่รับผิดชอบทางยุทธวิธีของกองพล
           ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไป ของพื้นที่รับผิดชอบเป็นทุ่งนา หนองน้ำ ป่าไม้โกงกางป่าละเมาะ สวนยาง ป่าทึบ ไปจนถึงเนินเขา มีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน เกือบครึ่งหนึ่งของพื้นที่เป็นทุ่งนาซึ่งอยู่ตอนกลาง
           การปฏิบัติการนับว่ามีความยากลำบากมาก เนื่องจากไม่สามารถแบ่งแยกฝ่ายข้าศึกได้ชัดเจนการปฏิบัติการหลักประการหนึ่งคือ การปฏิบัติการตามโครงการสันติสุข  ซึ่งมีการปฏิบัติการทั้งทางยุทธวิธีและทางจิตวิทยาควบคู่กันไป ได้จัดตั้งฐานยิงสนับสนุนขึ้น ให้สามารถใช้อำนาจการยิงครอบคลุมเต็มพื้นที่รับผิดชอบทางยุทธวิธี




* vitnan09.jpg (34.7 KB, 334x200 - ดู 5672 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโทร 081-7725722 หรือมาดูได้ที่ประตูน้ำและมีนบุรีครับ เลขที่บัญชี 675-2-01014-3 ธ.กสิกรไทย สาขาพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ชื่อ อาดุลย์ สีสกุล
pubangkapi.
General of the Army
Sergeant Major
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 924
สนใจสินค้าโทรด่วนที่ o๘๑-๗๗๒๕๗๒๒

อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2011, 09:54:08 PM »

การรบที่บินห์สัน (Binh Son)

   ครั้งที่  ๑
               ในวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๑๑  เวลาประมาณ ๐๓.๑๕ น. เวียดกงประมาณ ๑ กองพันได้เข้าโจมตีที่ตั้งกองร้อยที่  ๒ และ ๓ ของกองพันทหารราบที่ ๓ ของไทย โดยเข้าตี ๕ ทิศทางเป็น ๒ ระลอก โดยใช้การยิงนำด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด แล้วโจมตีด้วยจรวดอาร์พีจี ฝ่ายเราขอกำลังสนับสนุนจากปืนใหญ่กองพล จากฐานยิงสนับสนุน และชุดเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธปืนใหญ่สามารถยิงขัดขวางฝ่ายเวียดกง แนวหน้าที่มั่นฝ่ายเราเพียง ๑๘๐ - ๒๐๐หลา สามารถยังยั้งและสังหารข้าศึกได้เป็นจำนวนมากจนต้องถอยกลับไป
               ผลการรบ ฝ่ายไทยเสียชีวิต ๕ คน บาดเจ็บสาหัส ๑๑ คน บาดเจ็บไม่สาหัส ๑๕ คน ฝ่ายเวียดกงเสียชีวิตนับได้ ๖๕ ศพ คาดว่านำศพกลับไปประมาณ ๓๐ ศพ  ยึดอาวุธได้เป็นจำนวนมาก
           ครั้งที่ ๒
               ในวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๑๒ เวลาประมาณ ๐๑.๓๕ น.  เวียดกงประมาณ ๑ กองพันได้เข้าตีที่ตั้งกองร้อยที่ ๓ กองพันทหารราบที่ ๓ ของไทย เป็น ๒ ทิศทาง ฝ่ายไทยเตรียมวางกำลังต่อสู้ในทางลึก เพื่อให้สามารถทำลายข้าศึกได้ตั้งแต่ระยะไกลได้ใช้ปืนใหญ่กองพลยิงสนับสนุน ขัดขวางการรุกของข้าศึกสมทบ ด้วยการยิงของเครื่องบินสปุ๊กกี้พร้อมกับทิ้งพลุส่องสว่าง ทำให้เวียดกงประสบกับความสูญเสียเป็นจำนวนมาก และยุติการรบลงในเวลาอันสั้นเมื่อเวลา ๐๓.๐๐ น. ผลปรากฏว่าฝ่ายเราเสียชีวิต ๑ คน บาดเจ็บสาหัส ๑ คน บาดเจ็บไม่สาหัส๔ คน ฝ่ายเวียดกงเสียชีวิตนับได้ ๔๑ ศพ ยึดอาวุธได้เป็นจำนวนมาก
           ครั้งที่ ๓
               ในคืนวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๑๒ เวลาประมาณ ๐๐.๒๕ น. เวียดกงได้เข้าโจมตีกองร้อยที่๓ กองพันทหารราบที่ ๓ โดยแบ่งกำลังเข้าตีพร้อมกัน ๓ ทิศทาง
               กรมทหารราบที่ ๓๑ ได้ใช้ปืนใหญ่กองพลและเครื่องบินสปุ๊กกี้สนับสนุนอย่างได้ผลฝ่ายเวียดกงได้รับความเสียหายหนัก จนรุ่งเช้าจึงได้ร่นถอยกลับไป
               ผลการรบ ฝ่ายไทยทุกคนปลอดภัย ฝ่ายเวียดกงเสียชีวิตนับศพได้ ๘๗ ศพ ยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เป็นจำนวนมาก
การรบที่ล็อคอัน (Loc An)
           กรมทหารราบที่ ๑ ได้จัดกำลังไปตั้งฐานปฏิบัติการบริเวณหมู่บ้านล็อคอัน เพื่อสะกัดกั้นกองกำลังเวียดกงหมู่บ้านล็อคอันเป็นหมู่บ้านร้าง อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอลองถันรอบพื้นที่เป็นที่ลุ่มป่าชายเลนและสวนยาง มีลำห้วยหลายสายไหลผ่าน
         ครั้งที่ ๑
               ในวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๑๒ เวลาประมาณ ๐๒.๑๕ น.  เวียดกงประมาณ ๑ กองพันเพิ่มเติมกำลังได้เข้าตีที่ตั้งกองร้อยทหารไทยทั้ง ๒ กองร้อย  โดยเริ่มจากการยิงเตรียมด้วยเครื่องยิงลูกระเบิดและอาร์พีจี แล้วใช้กำลังส่วนใหญ่เข้าโจมตีเป็น ๓ ทิศทาง  ฝ่ายไทยขอรับการสนับสนุนจากปืนใใหญ่กองพลและชุดเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธของกองวทัพสนามที่ ๒ สหรัฐฯ  กองพลทหารอาสาสมัครก็ได้ส่งกำลังมาเสริมเมื่อเวลา๐๔.๓๐ น.  การรบดำเนินไปอย่างรุนแรงจนใกล้รุ่ง  ฝ่ายเวียดกงจึงถอยร่นกลับไป ฝ่ายเราได้ไล่ติดตามไปจนถึงเวลา ๐๗.๐๐ น. จึงเลิกติดตาม
               ผลการรบ ฝ่ายไทยเสียชีวิต ๒ คน บาดเจ็บสาหัส ๑๙ คน บาดเจ็บไม่สาหัส ๘ คน ฝ่ายเวียดกงเสียชีวิตนับศพได้ ๑๑๖ ศพ จับเป็นเชลยได้ ๓ คน ยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เป็นจำนวนมาก
           ครั้งที่ ๒
               กองร้อยที่ ๑ และกองร้อยที่ ๔ กองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๑ ได้รับคำสั่งให้ไปตั้งฐานปฏิบัติการที่บริเวณหมู่บ้านล็อคอันเมื่อ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๑๒ เวลาประมาณ ๐๐.๔๕ น. เวียดกง ๑ กรมหย่อนกำลัง ได้เข้าตีฐานปฏิบัติการของทหารไทยเริ่มด้วยการยิงเตรียมด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด และอาร์พีจีอย่างหนัก แล้วส่งกำลังเข้าตี๓ ทิศทาง  ฝ่ายเราได้ขอรับการสนับสนุนจากปืนใหญ่กองพล ๖ กองร้อย และเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธกับเครื่องบินสปุ๊กกี้จากกองทัพสนามที่ ๒ สหรัฐฯ และการยิงสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิดเวียดกงได้เข้าตีถึง ๓ ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ และถอนตัวกลับไปเมื่อเวลาประมาณ๐๕.๐๐ น. ฝ่ายเราออกติดตามกวาดล้างจนถึงเวลา ๐๘.๐๐ น.
               ผลการรบ ฝ่ายไทยเสียชีวิต ๒ ศพ บาดเจ็บสาหัส  ๙ คน บาดเจ็บไม่สาหัส ๒๕คน  ฝ่ายเวียดกงเสียชีวิตนับศพได้ ๒๑๕ ศพ คาดว่าเสียชีวิตแล้วนำศพกลับไป๔๐ ศพ จับเป็นเชลยได้ ๒ คน ยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เป็นจำนวนมาก
สรุปผลการปฏิบัติการ
               การปฏิบัติการระหว่างวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๑๑ ถึงวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๑๒ สรุปผลได้ดังนี้
          การปฏิบัติการรบ
               ปะทะกับเวียดกง ๓๒๘ ครั้ง สังหารเวียดกงเสียชีวิต ๙๔๔ คน  คาดว่าเวียดกงเสียชีวิต๔๐๒ คน จับเชลยศึกได้ ๑๗ คน จับผู้ต้องสงสัยได้ ๓๓๕ คน ผู้เข้ามอบตัว ๓ คน
               ยึดอาวุธประจำการได้ ๒๔๕ กระบอก อาวุธประจำหน่วย ๑๒ กระบอก กระสุน ๕๗,๐๐๐นัด ทุ่นระเบิด ๒๐๒ ลูก ทุ่นระเบิดแสวงเครื่อง ๑๘๐ ทุ่น ลูกระเบิดขว้าง ๑,๔๙๒ลูก เครื่องยิงอาร์พีจี ๕๔ ชุด จรวดอาร์พีจี ๕๔๕ ลูก
               ยึดข้าวสารได้ ๑๓,๙๐๐ กิโลกรัม ทำลายที่กำบัง ๑,๙๓๗ แห่ง เรือสำปั้น ๔๒ ลำอุโมงค์ ๑๖๕ แห่ง และยึดเอกสารต่าง ๆ ได้ ๔,๔๒๔ ฉบับ
               การสูญเสียของฝ่ายไทยจากการปฏิบัติการรบ ๕ ครั้ง มีผู้เสียชีวิต ๑๔ คน บาดเจ็บสาหัส๔๖ คน บาดเจ็บไม่สาหัส ๕๒ คน
การช่วยเหลือประชาชน
           ได้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนชาวเวียดนามใต้ในการก่อสร้างสาธารณูปโภค จัดชุดแพทย์และทันตแพทย์เคลื่อนที่ไปรักษาพยาบาลประชาชน  พอประมวลได้รายการที่สำคัญดังนี้
           ตัดถนนยาว ๗,๓๐๐ เมตร  ถากถางพื้นที่และปรับพื้นที่ ๑๐๖,๗๐๐ เมตร รักษาพยาบาลผู้ป่วยเจ็บ ๓๐,๙๖๔ ราย จัดชุดปฏิบัติการจิตวิทยา ๓๑๙ ครั้ง
การผลัดเปลี่ยนและการเดินทางกลับ
           กองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๑ ส่วนที่ ๑ ปฏิบัติการอยู่ในเวียดนามใต้ ได้๖ เดือน ผลัดที่ ๑ ส่วนที่ ๒ จึงเดินทางไปสมทบในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๒ และปฏิบัติการร่วมกันเป็นเวลา๖ เดือน  จากนั้นผลัดที่ ๒ ส่วนที่ ๑ จึงได้เดินทางไปสับเปลี่ยนกับกำลังของผลัดที่๑ ส่วนที่ ๑ เป็นส่วน ๆ ตามลำดับ  เสร็จแล้วจึงทยอยเดินทางกลับโดยเครื่องบินลำเลียงของสหรัฐฯ
คำชมเชยจากต่างประเทศ
 รัฐบาลเวียดนามใต้และกองทัพสหรัฐฯ ได้สดุดีเกียรติประวัติของกองพลทหารอาสาสมัครผลัดที่ ๑ ส่วนที่ ๑ว่า ได้ปฏิบัติการรบอย่างกล้าหาญยิ่งยวด ทำให้เวียดกงประสบความสูญเสียอย่างหนัก กองกำลังทหารบกไทย ได้คุ้มครองป้องกันประชาชนชาวเวียดนามใต้ในพื้นที่รับผิดชอบไม่ให้ฝ่ายเวียดกงทำอันตรายได้ควบคู่ไปกับการปฏิบัติการทางทหาร  ได้ช่วยเหลือในด้านการรักษาพยาบาลและช่วยเหลือให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น และได้ปฏิบัติต่อชาวเวียดนามฉันญาติพี่น้อง
           ดังนั้นรัฐบาลเวียดนามใต้ถึงได้มอบแพรแถบเชิดชูเกียรติคุณหน่วยประดับธงชัยเฉลิมพลของกองพลทหารอาสาสมัครรวม ๒ แถบ และรัฐบาลสหรัฐฯ ได้มอบเกียรติบัตรชมเชยดังนี้

เวียดนามใต้
TheUnit Citation Streamer Colkor of Gallantry Cross with Palm
แพรแถบเชิดชูเกียรติคุณหน่วยกางเขนแห่งความกล้าหาญประดับใบปาล์ม
TheUnit Citation Streamer Color of the Civic Action Medal with Oakleaf
แพรแถบเชิดชูเกียรติคุณหน่วยเหรียญกิจการพลเรือนประดับใบโอ๊ค
สหรัฐอเมริกา
TheUS Meritorious Unit Commendation
เกียรติบัตรชมเชยการปฏิบัติงานดีเด่น





* vitnan10.jpg (26.81 KB, 300x210 - ดู 5677 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 28, 2011, 10:00:24 PM โดย PUBANGKAPI » บันทึกการเข้า

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโทร 081-7725722 หรือมาดูได้ที่ประตูน้ำและมีนบุรีครับ เลขที่บัญชี 675-2-01014-3 ธ.กสิกรไทย สาขาพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ชื่อ อาดุลย์ สีสกุล
pubangkapi.
General of the Army
Sergeant Major
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 924
สนใจสินค้าโทรด่วนที่ o๘๑-๗๗๒๕๗๒๒

อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2011, 10:02:02 PM »

กองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๑ ส่วนที่ ๒

กองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๑ ส่วนที่ ๒ มีกำลังพล ๕,๗๐๔ คน  ได้เดินทางไปยังเวียดนาม โดยแบ่งกำลังออกเป็น ๓ ส่วนคือ ส่วนหน้า ส่วนใหญ่ และส่วนหลัง  การเดินทางเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๒ ได้ไปสมทบและปฏิบัติการร่วมกับส่วนที่ ๑ เป็นเวลา  ๖ เดือน  เมื่อผลัดที่ ๑ ส่วนที่ ๑ เดินทางกลับประเทศไทยแล้ว  ผลัดที่ ๑ ส่วนที่ ๒ ได้เปลี่ยนการบังคับบัญชาไปขึ้นกับ ผู้บัญชาการกองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๒ และได้รับมอบให้ปฏิบัติการในพื้นที่สนใจทางยุทธวิธี ทางทิศเหนือของกองพล ในเขตติดต่อระหว่างอำเภอตูดิ๊ก กับอำเภอลองถั่น จังหวัดเบียนหว่า  อันเป็นด่านสำคัญในการป้องกันค่ายลองบินห์  ซึ่งเป็นที่ตั้งกองบัญชาการกองทัพบกสหรัฐฯ ในเวียดนามใต้ และกองบัญชาการกองทัพสนามที่ ๒ สหรัฐฯ โดยได้รับมอบภารกิจเฉพาะ ให้ร่วมกันสกัดกั้นการรุกใหญ่ ครั้งที่ ๔ ของเวียดกง
            กองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๑ ส่วนที่ ๒  ได้ปฏิบัติการเชิงรุกอย่างกว้างขวาง ร่วมกับผลัดที่ ๑ ระหว่างเดือนมกราคม - มิถุนายน ๒๕๑๒  หลังจากนั้นก็ได้ปฏิบัติการร่วมกับกองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๒ ส่วนที่ ๑ ระหว่างเดือนกรกฎาคม - ธันวาคม ๒๕๑๒  มีการรบที่สำคัญดังนี้

การรบที่เฟือกกาง  (Phuoc Cang)
กรมทหารราบที่ ๒ ได้รับคำสั่งให้ไปตั้งฐานปฏิบัติการอยู่บนเนิน ๓๘ ใกล้หมู่บ้านเฟือกกาง  เพื่อสกัดกั้นเวียดกง  ซึ่งวางกำลังอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการวังผา  ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตั้งแต่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๒
            ภูมิประเทศในพื้นที่ปฏิบัติการเป็นทุ่งนา ป่าไม้รกทึบและสวนยาง  กรมทหารราบที่ ๒ จึงให้กองพันทหารราบที่ ๓ จัดกองร้อยที่ ๓ เพิ่มเติมกำลัง ๑ หมวด จากกองพันทหารม้ายานเกราะ ไปสกัดกั้นเวียดกง และรักษาพื้นที่ปฏิบัติการ
            วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๒ หน่วยลาดตระเวนกองร้อยอาวุธเบาที่ ๓ ได้ปะทะกับเวียดกงจำนวนหนึ่งอันเป็นสิ่งบอกเหตุว่าเวียดกง จะเข้าโจมตีในไม่ช้านี้
            ในคืนวันวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๒ เวลา ๐๒.๒๐ น. กองพันที่ ๓ กรมที่ ๒๗๔ เวียดกงได้เข้าโจมตีฐานปฏิบัติการกองร้อยอาวุธเบาที่ ๓ ของไทยอย่างรุนแรง โดยได้ยิงเตรียมด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด และจรวดอาร์พีจี ไปยังค่ายแบร์แคต และฐานยิงสนับสนุนพร้อมกัน หลังจากนั้นได้ใช้กำลังทหารราบเข้ารบประชิด รอบที่ตั้งฐานปฏิบัติการ ฯ ใน ๓ ทิศทาง เนื่องจากการรบติดพันในระยะต้นไม่อาจใช้ปืนใหญ่ และเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธได้เต็มขีดความสามารถ จนถึงเวลา ๐๖.๐๐ น. เวียดกงเริ่มถอนตัวจากการรบ กองพลทหารอาสาสมัครได้ใช้ปืนใหญ่ของกองพล ๕ กองร้อย  กับกำลังทางอากาศระดมยิงอย่างหนัก เพื่อสกัดกั้น และทำลายการถอนตัวของข้าศึก และได้ส่งกำลังหมวดทหารม้ายานเกราะออกกวาดล้างข้าศึก จนถึง เวลา ๑๐.๔๕ น. จึงเสร็จสิ้น
            ผลการรบ ฝ่ายไทยเสียชีวิต ๑ คน บาดเจ็บสาหัส ๕ คน ฝ่ายเวียดกงเสียชีวิตนับศพได้ ๕๗ ศพ ถูกจับเป็นเชลย ๑๐ คน ยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เป็นอันมาก

ยุทธการอัศวิน
            กองพลทหารอาสาสมัคร ได้รับมอบภารกิจในการลาดตระเวนค้นหา และทำลายเวียดกงเพื่อให้การระวังป้องกัน การปฏิบัติการถางป่า และทำลายต้นไม้ในพื้นที่รับผิดชอบของกองพลทางทิศใต้ และทิศตะวันออกของสวนยางบินห์สัน ในเขตอำเภอลองถั่น ตั้งแต่วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๑๒ เพื่อขัดขวางกำลังเวียดกง ที่อาศัยป่าแถบนั้นเป็นแหล่งกำบัง และซ่อนพรางกำลังในฐานปฏิบัติการ เพื่อเตรียมการโจมตีกำลังทหารไทย และชาติพันธมิตรฝ่ายโลกเสรี
            พื้นที่ปฏิบัติการดังกล่าว มีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่า และสวนยางสลับกัน ยากลำบากต่อการเคลื่อนที่ด้วยเท้า และจำกัดต่อการตรวจการณ์ด้วยสายตาทั้งทางพื้นดิน และทางอากาศ ง่ายต่อการถูกโจมตีจากฝ่ายข้าศึก ทางด้านทิศตะวันตกเป็นที่ลุ่ม มีลำน้ำหลายสายที่เวียดกงใช้เป็นเส้นทางส่งกำลังบำรุง กลางสวนยางเป็นที่ตั้งของสนามบินขนาดใหญ่ของเวียดนามใต้ คือสนามบินบินห์สัน
            กองพลทหารอาสาสมัครได้กำหนดแผนยุทธการใช้ชื่อว่าแผนอัศวิน เป็นแผนการลาดตระเวนค้นหาและทำลายข้าศึก และจัดกำลังเป็นหน่วยรบเฉพาะกิจ เรียกว่า หน่วยรบเฉพาะกิจอัศวิน มีผู้บังคับกองพันทหารม้ายานเกราะ เป็นผู้บังคับหน่วย ประกอบด้วย กองพันทหารม้ายานเกราะหย่อน ๑ กองร้อย  กองร้อยอาวุธเบา  กองร้อยทหารปืนใหญ่ (ช่วยโดยตรง) หมวดทหารช่างสนาม
            ยุทธการอัศวินเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่ ๑๑ กัยยายน ๒๕๑๒ ถึง ๓๐ ตุลาคม ๒๕๑๒ ได้ปะทะกับเวียดกง ๓ ครั้ง ฝ่ายเราเสียชีวิต ๖ คน ไม่ทราบการสูญเสียของเวียดกง ผลการปฏิบัติการครั้งนี้ทำให้การถากถางป่าบรรลุผล ถางป่าได้ ๙,๔๐๐ ไร่ ฝ่ายเวียดกงไม่สามารถใช้พื้นที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติการได้ และเป็นประโยชน์แก่ฝ่ายเราในการกวาดล้างข้าศึก
ยุทธการวูล์ฟแพค ๑,๒  (Woltpack I,II)
            ยุทธการนี้เป็นการปฏิบัติการผสมของกองกำลังฝ่ายโลกเสรี ระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๓ ตุลาคม ๒๕๑๒ และ ๑๔ - ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๑๒ โดยมีกองพันรบ เฉพาะกิจของไทย เวียดนามใต้ ออสเตรเลีย และหมวดเรือเฉพาะกิจสหรัฐฯ  กำลังเฉพาะกิจของ ๔ หน่วยดังกล่าวปฏิบัติการเป็นอิสระแก่กัน โดยมีการประสานกันอย่างใกล้ชิด
            การปฏิบัติการครั้งนี้กองกำลังของฝ่ายไทยได้ปะทะกับเวียดกงหลายครั้ง ฝ่ายเราเสียชีวิต ๒ คน บาดเจ็บสาหัส ๑ คน เวียดกงเสียชีวิต ๓๓ คน ทำลายที่มั่นปิด ๓๕ แห่ง คูติดต่อ ยาว ๓๐๐  เมตร หลุมบุคคล ๓๑ หลุม อาวุธยุทโธปกรณ์และเอกสารสำคัญจำนวนมาก
ยุทธการเบ็นแคม  (Ben Cam)
            หมู่บ้านเบ็นแคม อยู่ในเขตอำเภอโนนทรัค ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ลุ่มน้ำขัง ป่าไม้ สวนยาง และทุ่งนา พื้นที่ป่าบริเวณใต้หมู่บ้าน  เป็นแหล่งที่หลบซ่อนกำลัง และสะสมเสบียงอาหารของฝ่ายเวียดกง
            ภารกิจของกองพลทหารอาสาสมัครครั้งนี้ ถือการปิดล้อมเวียดกงที่หลบซ่อนอยู่ เพื่อทำลายกำลังและแหล่งเสบียงอาหารของเวียดกง จึงกำหนดแผนที่จะใช้เส้นทางรอบหมู่บ้านเบ็นแคมในการเคลื่อนย้ายกำลังเข้าจู่โจมปิดล้อม แล้วกระชับวงเข้าไปสังหาร และจับเป็นเชลยศึก โดยใช้กำลัง ๖ กองร้อยอาวุธเบา และกำลังกึ่งทหารของกองทัพเวียดนามใต้ ๒ กองร้อยกับกำลังตำรวจเวียดนามใต้อีกจำนวนหนึ่ง
            การปฏิบัติการเริ่มตั้งแต่ วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ถึง ๔ ธันวาคม ๒๕๑๒ โดยได้จู่โจมเข้าปิดล้อมป่าไว้โดยรอบ ในวันรุ่งขึ้นเวียดกง ๑ หมู่ พยายามตีฝ่าวงล้อมแต่ไม่สำเร็จ ในวันที่ ๓ เมื่อกระชับวงปิดล้อมเข้าไปตามลำดับ ก็ได้ค้นพบอุโมงค์ขนาดใหญ่จุคนประมาณ ๑๐๐ คน ฝ่ายเวียดกงเพิ่งเคลื่อนย้ายออกไป รอบอุโมงค์มีที่กำบังอยู่ถึง ๓๐ แห่ง ฝ่ายไทยยึดอุปกรณ์สายแพทย์ได้เป็นอันมาก ในวันต่อมาเวียดกง ๑ หมู่ พยายามตีฝ่าวงล้อมออกไปอีกแต่ ไม่เป็นผล วันต่อมาได้มีการปะทะกับเวียดกงอีกหลายครั้ง
            เมื่อปฏิบัติการได้ ๑๑ วัน ฝ่ายไทยเสียชีวิต ๓ คน บาดเจ็บสาหัส ๓ คน บาดเจ็บไม่สาหัส ๓ คน ฝ่ายเวียดกงเสียชีวิต ๑๐ คน เข้ามอบตัว ๑๗ คน ทำลายที่กำบัง ๑๕๐ แห่ง ยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เป็นจำนวนมาก

หมู่บ้านเฟือกเหงียนอยู่ในเขตอำเภอลองถั่น ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่มมีลำน้ำหลายสาย พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนา และมีป่ารกทึบรอบบริเวณ มีสวนยางสลับป่า หมู่บ้านนี้สืบทราบมาว่าเป็นแหล่งหลบซ่อนกำลัง และสะสมเสบียงอาหารของกรมที่ ๒๗๔ เวียดกงและกองโจรประจำถิ่นเวียดกง
            กองพลทหารอาสาสมัคร ได้รับมอบภารกิจให้ปฏิบัติการยุทธผสมร่วมกับกองกำลังกึ่งทหาร กำลังตำรวจ และกำลังเจ้าหน้าที่อำเภอลองถั่น เข้าทำการปิดล้อมและตรวจค้นหมู่บ้าน เพื่อทำลายข้าศึก และแยกประชาชนออกจากกองโจร ประจำถิ่นของเวียดกง กองพลทหารอาสาสมัครได้จัดกำลังกองร้อยอาวุธเบา วางกำลังไว้วงนอก ส่วนกำลังกึ่งทหาร ๒ กองร้อยของกองทัพเวียดนามใต้ และกำลังตำรวจเวียดนามใต้อีกจำนวนหนึ่งวางกำลังไว้วงในทำการปิดล้อม และตรวจค้นหมู่บ้านแห่งนี้ โดยปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ ๔ ถึง ๑๒ ธันวาคม ๒๕๑๒ มีการปะทะกับเวียดกง ๒ ครั้ง
            ผลการรบ ฝ่ายไทยไม่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ฝ่ายเวียดกงเสียชีวิต ๔ คน จับผู้ต้องสงสัยได้ ๒๐ คน ยึดได้อุปกรณ์ และเอกสารได้เป็นจำนวนมาก


* vitnan12.jpg (41.95 KB, 226x300 - ดู 5648 ครั้ง.)

* vitnan14.jpg (39.1 KB, 328x194 - ดู 5639 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 29, 2011, 08:22:51 AM โดย PUBANGKAPI » บันทึกการเข้า

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโทร 081-7725722 หรือมาดูได้ที่ประตูน้ำและมีนบุรีครับ เลขที่บัญชี 675-2-01014-3 ธ.กสิกรไทย สาขาพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ชื่อ อาดุลย์ สีสกุล
pubangkapi.
General of the Army
Sergeant Major
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 924
สนใจสินค้าโทรด่วนที่ o๘๑-๗๗๒๕๗๒๒

อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2011, 10:19:51 AM »

สรุปผลการปฏิบัติการ
            ผลการปฏิบัติการของกองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๒ - ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ สรุปได้ดังนี้
            ปะทะกับเวียดกง ๒๑๒ ครั้ง สังหารเวียดกงนับศพได้ ๓๔๓ ศพ คาดว่าเวียดกงเสียชีวิต ๑๒๙ คน จับเชลยศึกได้ ๑๑ คน จับผู้ต้องสงสัยได้ ๑๘๓ คน มีผู้เข้ามอบตัว ๔๙ คน
            ยึดอาวุธประจำกายได้ ๙๙ กระบอก อาวุธประจำหน่วย ๗ กระบอก กระสุน ๑๕,๔๐๐ นัด ทุ่นระเบิด ๕๓ ทุ่น ทุ่นระเบิดแสวงเครื่อง ๑๒๙ ทุ่น ลูกระเบิดขว้าง ๒๔๒ ลูก เครื่องยิงจรวดอาร์พีจี ๑๖ เครื่อง จรวดอาร์พีจี ๓๑ ลูก
            ทำลายที่กำบังได้ ๑,๗๓๓ แห่ง อุโมงค์ ๓๓ แห่ง เรือสำปั้น ๕๑ ลำ ข้าวสาร ๒๔ ตัน เอกสารต่าง ๆ ๑๙๘ ฉบับ
            ถากถางพื้นที่ ๒ ล้านตารางเมตร ก่อสร้างอาคารสาธารณประโยชน์ ๒ รายการ ขุดบ่อน้ำ ๖ บ่อ
            รักษาผู้เจ็บป่วย ๒๔,๐๔๖ ราย จัดชุดปฏิบัติการจิตวิทยา และแพทย์เคลื่อนที่ ๓๐๒ ครั้ง
การผลัดเปลี่ยนและเดินทางกลับ
            เมื่อปฏิบัติการจนถึงเดือน ธันวาคม ๒๕๑๒ ได้รับการผลัดเปลี่ยนจากกำลังกองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๒ ส่วนที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๑๒ มกราคม - ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ จากนั้นจึงเดินทางกลับเป็นส่วน ๆ โดยทางเครื่องบิน
อิสริยาภรณ์ และเหรียญตราที่ได้รับ
            การปฏิบัติการของกองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๑ มีผลงานเป็นที่ยกย่อง และได้รับความชื่นชมจาก บรรดามิตรประเทศเป็นอันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวียดนามใต้ และสหรัฐฯ ได้มอบอิสริยาภรณ์ และเหรียญตรา เป็นการเชิดชูเกียรติ์ทหารไทยในกองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๑ ดังนี้
            สหรัฐฯ             Silver Star Medal    ๑๔ คน
                                       Bronge Star Medal With letter ''v'' ๓๓ คน
                                       Army Commendation Medal With letter ''v''  ๖๔ คน
            เวียดนามใต้      Gallantry Cross With Palm    ๔๒ คน
                                        Gallantry Cross With Gold Star  ๕๗ คน
                                        Gallantry Cross With Silver Star  ๘๘ คน
                                        Gallantry Cross With Bronze Star  ๘๔ คน

กองพลทหาร อาสาสมัคร ที่ ๒

          กองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๒ ส่วนที่ ๑ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๑๒ มีกำลังพลทั้งสิ้น ๕,๕๘๒ คน มีพลตรี สวัสดิ์  มักการุณ เป็นผู้บัญชาการกองพล เดินทางออกจากประเทศไทยไปผลัดเปลี่ยน กองพลทหารอาสาสมัครส่วนที่ ๑ ผลัดที่ ๑ ระหว่างเดือน กรกฎาคม - สิงหาคม ๒๕๑๒ ได้ทยอยเดินทางโดยเครื่องบินลำเลียงแบบ C- ๑๓๐ ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ จำนวน ๘๐ เที่ยวบิน
            กองพลทหารอาสาสมัคร ได้รับมอบภารกิจให้ปราบปรามกองกำลังเวียดกง และกองทหารเวียดนามเหนือ ในเขตอำเภอโนนทรัค และอำเภอลองถั่น จังหวัดเบียนหว่า ซึ่งในระหว่างเดือน สิงหาคม ๒๕๑๒ ถึงเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ กองพลทหารอาสาสมัคร ได้ปฏิบัติการตามภารกิจที่ได้รับมอบได้ผลดียิ่ง จนหมู่บ้านในอำเภอโนนทรัค ซึ่งเคยตกอยู่ในอิทธิพลของเวียดกง กลับคืนมาอยู่ในความคุ้มครองของทหารเวียดนามใต้ตามเดิม จากนั้นก็ได้รับมอบภารกิจให้รับผิดชอบพื้นที่สนใจทางยุทธวิธีใน อำเภอลองถั่นกับพื้นที่บางส่วนของอำเภอดึ๊กตู จังหวัดเบียนหว่า และอำเภอชวนล็อค จังหวัดลองคานห์ ร่วมกับกองกำลังทหารเวียดนามใต้ และกองกำลังชาติพันธมิตรฝ่ายโลกเสรีเพื่อ
                ๑.  ช่วยเหลือโครงการสันติสุข และขยายอำนาจการปกครองของรัฐบาลเวียดนามใต้ ให้เต็มพื้นที่สนใจทางยุทธวิธีที่ได้รับมอบหมาย
                ๒.  เพิ่มพูนประสิทธิภาพของกองกำลังประจำถิ่น และกำลังประชาชน
                ๓.  ปฏิบัติการทางทหารเพื่อทำลายกำลังข้าศึก




* vitnan15.jpg (30.15 KB, 354x200 - ดู 5734 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโทร 081-7725722 หรือมาดูได้ที่ประตูน้ำและมีนบุรีครับ เลขที่บัญชี 675-2-01014-3 ธ.กสิกรไทย สาขาพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ชื่อ อาดุลย์ สีสกุล
pubangkapi.
General of the Army
Sergeant Major
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 924
สนใจสินค้าโทรด่วนที่ o๘๑-๗๗๒๕๗๒๒

อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2011, 10:22:38 AM »

พื้นที่การปฏิบัติการ การจัดกำลัง และการวางกำลัง

  กองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๒ ส่วนที่ ๑ ได้รับมอบพื้นที่ปฏิบัติการแบ่งเป็น ๓ ส่วนใหญ่ ๆ คือ
            ส่วนที่ ๑ พื้นที่ตอนเหนือค่ายแบร์แคต กับพื้นที่ทางทิศตะวันออกและทิศใต้ของสวนยางบินห์สัน ซึ่งเป็นป่ารกทึบ
            ส่วนที่ ๒ พื้นที่ตอนกลางค่ายแบร์แคต เป็นที่เพาะปลูกสวนยาง ได้แก่ สวนยางบินห์สัน สวนยางอันเวียง สวนยางเฮเลนา และสวนยางชิฟ
            ส่วนที่ ๓ พื้นที่ทางด้านทิศตะวันตก เป็นพื้นที่ต่อจากพื้นที่กองบัญชาการป้องกันเขตนครหลวง (Capitat Mititary Districk) เป็นพื้นที่ลุ่มมีลำน้ำหลายสายไหลลงสู่แม่น้ำดองไน ซึ่งเป็นเส้นทางส่งกำลังบำรุงหลักของเวียดกง ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชาวนา
            กองพลทหารอาสาสมัคร ได้มีการเปลี่ยนแปลงการจัดเป็นการภายใน คือ ให้กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลเป็นหน่วยขึ้นตรงกองพล และได้ตั้งหน่วยเฉพาะกิจนารายณ์ขึ้น เพื่อรับผิดชอบการระวังป้องกันค่ายแบร์แคต และพื้นที่ปฏิบัติการนารายณ์ โดยมีรองผู้บัญชาการกองพล เป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนารายณ์ และผู้บังคับทหารปืนใหญ่กองพลทหารอาสาสมัคร เป็นรองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนารายณ์
            การรบในเวียดนามเป็นการรบนอกแบบ การปฏิบัติการรบเป็นไปในลักษณะป้องกันตนเองรอบทิศทาง (Perimeter Defense) เมื่อหน่วยหยุดอยู่กับที่หรือตั้งฐานปฏิบัติการ จะดำเนินการรบแบบจรยุทธ์ ด้วยการส่งหน่วยลาดตระเวนระยะไกล ทั้งทางพื้นดินและอากาศ ออกตรวจค้นหาที่ตั้งของข้าศึก ขัดขวางและทำลายกำลังข้าศึกส่วนนั้น ปกติหน่วยกองพันทหารราบจะแยกกองร้อยออกปฏิบัติการเป็นอิสระ ให้เลือกและจัดตั้งฐานลาดตระเวนของตนขึ้น แล้วเคลื่อนย้ายฐานลาดตระเวนทุก ๒-๓ วัน เพื่อดำรงความกดดันและรบกวนเวียดกงอย่างต่อเนื่อง และเป็นการหลีกเลี่ยงการถูกโจมตีด้วยกำลังทางพื้นดิน
            การวางกำลังของปืนใหญ่กองพล ได้วางปืนใหญ่และกำลังประจำฐานยิงสนับสนุนในระดับกองร้อย กองร้อยละ ๑ ฐานยิง ทั้งกองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๑ ซึ่งเป็นกองพันปืนใหญ่เบาขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร และกองพันทหารปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้ง ขนาด ๑๕๕ มิลลิเมตร
ยุทธการมิตรภาพ ๑
            บริเวณสองฝั่งลำน้ำทิไหว่ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของ อำเภอโนนทรัค เป็นแหล่งสะสมเสบียง และอาวุธยุทโธปกรณ์ของเวียดกง มีกำลังประจำถิ่นเฝ้ารักษาอยู่ประมาณ ๓๐ - ๕๐ คน กำลังฝ่ายไทยประกอบด้วย กองพันทหารราบที่ ๒ กองพันทหารปืนใหญ่ช่วยโดยตรง และหมวดทหารช่างสนาม ร่วมด้วยกำลังฝ่ายสหรัฐฯ  ประกอบด้วยหน่วยเรือตรวจลำน้ำ (Patrol Boat River : PBR) ขึ้นในความควบคุมทางยุทธการของ กองพลทหารอาสาสมัคร กองร้อยเฮลิคอปเตอร์โจมตี และกองพันปฏิบัติการปฏิจิตวิทยาที่ ๖ พร้อมทั้งกองพันนาวิกโยธินเวียดนามใต้ ซึ่งขึ้นในความควบคุมทางยุทธการของ กองพลทหารอาสาสมัคร
            การปฏิบัติการยุทธผสมครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติการร่วมกับกองกำลังชาติพันธมิตรครั้งแรก
            เช้าวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๑๒ เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ B - ๕๒ ได้ไปทิ้งระเบิดเป้าหมาย ในขณะที่ปืนใหญ่ก็ได้ระดมยิงที่หมายพร้อมกัน จากนั้นกองพันทหารราบที่ ๒ ของไทยได้เคลื่อนที่ทางอากาศด้วยเฮลิคอปเตอร์ ลงโจมตีที่หมายต่าง ๆ ๔ แห่ง
            ผลการรบ ที่กำบังปิดของข้าศึกถูกทำลาย ๒๖ แห่ง ไม่ปรากฏการสูญเสียของทั้งสองฝ่าย แต่จากปากคำของชาวบ้านฝ่ายเวียดกงเสียชีวิต ๓๐ คน
ยุทธการมิตรภาพ ๒
            กองพันทหารราบที่ ๑ ได้ปฏิบัติการยุทธผสมร่วมกับกองพันนาวิกโยธินเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ ๙ - ๑๖ สิงหาคม ๒๕๑๒ ทำการค้นหากวาดล้าง และทำลายกำลังเวียดกง ในพื้นที่ปฏิบัติการอุบล ทางทิศตะวันออกของอำเภอลองถั่น และพื้นที่ปฏิบัติการระยอง สามารถทำลายที่กำบังปิดได้ ๓ แห่ง ฝ่ายไทยปลอดภัยทุกคน
ยุทธการมิตรภาพ ๓
            เป็นการปฏิบัติการที่ใช้เวลานานหลายเดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๑๒ ถึงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ แบ่งการปฏิบัติการออกเป็น ๔ ขั้น
            ขั้นที่ ๑  เป็นการปฏิบัติการถางป่าในพื้นที่ของกองพลทหารอาสาสมัคร หน่วยรบเฉพาะกิจที่ ๑  ออสเตรเลีย กรมทหารราบเบาที่ ๑๙๙ สหรัฐฯ และกองพลทหารราบที่ ๑๘ เวียดนามใต้ ก่อนการถางป่าได้มีการกวาดล้างในพื้นที่มีรัสมี ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร เพื่อเปิดพื้นที่ป่าทึบให้โล่งเตียน สะดวกแก่การทำลายฐานปฏิบัติการ รวมทั้งที่กำบังปิด และอุโมงค์ต่าง ๆ ของเวียดกง กับเพื่อให้สะดวกในการปฏิบัติการยุทธเคลื่อนที่ทางอากาศ และส่งกำลังบำเพิ่มเติมทางอากาศในยามฉุกเฉิน
            ขั้นที่ ๒ และขั้นที่ ๓  เป็นการปฏิบัติการยุทธผสมของกองพลทหารอาสาสมัคร กับกองกำลังฝ่ายโลกเสรี ในพื้นที่ปฏิบัติการ ซึ่งอยู่ในเขตรับผิดชอบของกองพลทหารราบที่ ๑๘ เวียดนามใต้ ภายใต้การควบคุมของกองบัญชาการผสมกองพลทหารราบที่ ๑๘ เวียดนามใต้ ที่ชวนล็อค ได้ทำการปิดล้อมฐานปฏิบัติการของเวียดกง แล้วส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดทำลายฐานของฝ่ายเวียดกง ทำให้ฝ่ายเวียดกงต้องกระจายกำลังออกไปเป็นกลุ่มย่อย ๆ  มีการปะทะกับเวียดกง ๘๐ ครั้ง ตลอดเวลาเกือบ ๓ เดือน ฝ่ายโลกเสรีเสียชีวิต ๑๑ คน บาดเจ็บ ๑๐๕ คน ฝ่ายเวียดกงเสียชีวิต ๑๐๙ คน ที่กำบังปิดถูกทำลาย ๕๗๕ แห่ง หลุมบุคคล ๑๑๐ แห่ง ยึดได้อาวุธยุทโธปกรณ์เป็นจำนวนมาก
            ขั้นที่ ๔
 เป็นการปฏิบัติการรุกครั้งสุดท้าย ปฏิบัติการยุทธเคลื่อนที่ทางอากาศผสมกับ กำลังภาคพื้นดินเข้ากวาดล้าง และทำลายกรมที่ ๒๗๔ เวียดกง ทางทิศใต้ของหมู่บ้านบินห์สัน มีการปะทะกัน ๑๗ ครั้ง ฝ่ายเราเสียชีวิต ๒ คน บาดเจ็บ ๒๐ คน เฮลิคอปเตอร์ถูกยิงตก ๑ เครื่อง ฝ่ายเวียดกงเสียชีวิต ๑๒ คน ทำลายที่กำบังปิดได้ ๒๓ แห่ง ยึดได้อาวุธยุทโธปกรณ์เป็นจำนวนมาก
ยุทธการมิตรภาพ ๕
            องค์การช่วยเหลือทางทหารฝ่ายโลกเสรีได้กำหนดแผนยุทธการมิตรภาพ ๕ ขึ้น เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ราษฎรในพื้นที่ ๒๖ หมู่บ้าน ของอำเภอลองถั่น และอำเภอดึ๊กตู จังหวัดเบียนหว่า กับอำเภอชวนล็อก จังหวัดลองคานห์ ตั้งแต่เดือน มิถุนายน ๒๕๑๓ โดยทำการกวาดล้างเวียดกงควบคู่ไปกับการพัฒนาหมู่บ้านเหล่านั้น โดยแบ่งหมู่บ้านออกเป็น ๖ ระดับ ตามระดับความปลอดภัย ตั้งแต่หมู่บ้านที่มีความปลอดภัยสูงสุด ปราศจากการแทรกซึมของเวียดกง ไปจนถึงหมู่บ้านที่ตกอยู่ในความคุ้มครองของเวียดกง
            ผลการปฏิบัติมีการปะทะกับเวียดกง ๑ ครั้ง ทหารบาดเจ็บ ๓ คน ฝ่ายเวียดกงเสียชีวิต ๓ คน ยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้จำนวนหนึ่ง
ยุทธการสี่พยัคฆ์  (Opcration Tu Ho)
            เป็นการปฏิบัติการรบผสมของกองกำลังฝ่ายโลกเสรี ๔ ชาติ คือ เวียดนามใต้ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และไทย โดยที่แต่ละหน่วยปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของตน ภายใต้การควบคุมของกองทัพสนาม ที่ ๒ สหรัฐฯ
            ผลการปฏิบัติ ในส่วนของกองพลทหารอาสาสมัคร เฉพาะในเดือนมีนาคม ๒๕๑๓ มีการปะทะกับเวียดกง ๗๔ ครั้ง กำลังฝ่ายโลกเสรีเสียชีวิต ๑๔ คน บาดเจ็บ ๑๐๓ คน สังหารเวียดกงได้ ๘๙ คนจับเป็นเชลยศึกได้ ๒ คน ทำลายที่กำบังปิดได้ ๔๑๘ แห่ง อุโมงค์ ๓ แห่ง และยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เป็นจำนวนมาก

การผลัดเปลี่ยน และเดินทางกลับ

กองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๒ ส่วนที่ ๑ ปฏิบัติการได้ครบ ๑ ปี ในเดือน กรกฎาคม ๒๕๑๓ เมื่อได้รับการผลัดเปลี่ยน จากผลัดที่ ๓ ส่วนที่ ๑ แล้วจึงเดินทางกลับประเทศไทยทางเครื่องบินเสร็จสิ้นเมื่อ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๑๓


* vitnan16.jpg (36.81 KB, 348x190 - ดู 5665 ครั้ง.)

* vitnan17.jpg (25.79 KB, 346x195 - ดู 5586 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 29, 2011, 10:28:15 AM โดย PUBANGKAPI » บันทึกการเข้า

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโทร 081-7725722 หรือมาดูได้ที่ประตูน้ำและมีนบุรีครับ เลขที่บัญชี 675-2-01014-3 ธ.กสิกรไทย สาขาพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ชื่อ อาดุลย์ สีสกุล
pubangkapi.
General of the Army
Sergeant Major
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 924
สนใจสินค้าโทรด่วนที่ o๘๑-๗๗๒๕๗๒๒

อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2011, 10:26:01 AM »

กองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๒ ส่วนที่ ๒

            จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๑๒ มีกำลังพลทั้งสิ้น ๕,๖๙๐ คน มีพันเอก เชษฐ  คงศักดิ์ เป็นรองผู้บัญชาการกองพล ออกเดินทางไปผลัดเปลี่ยนกับกองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๑ ส่วนที่ ๒ ระหว่างเดือน มกราคม - กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ แล้วเข้าสมทบกำลังเต็มกองพล กับผลัดที่ ๒ ส่วนที่ ๑ ได้มีการปฏิบัติการรบที่สำคัญดังนี้
ยุทธการบางปู
            พื้นที่ปฏิบัติการบางปู อยู่ทางทิศตะวันตกใกล้กับค่ายแบร์แคต ภูมิประเทศเป็นที่ลุ่มติดกับแม่น้ำดองไน มีลำน้ำสาขาแยกออกไปมากมาย ฝ่ายเวียดกงใช้เป็นเส้นทางลำเลียงกำลังพล และอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยใช้เรือสำปั้นเป็นพาหนะ ลำเลียงไปเก็บรวบรวมไว้ในพื้นที่บางปู ซึ่งยังไม่เคยได้มีการกวาดล้างอย่างจริงจังมาก่อน
            กองพันทหารราบที่ ๒ สมทบด้วย กองร้อยทหารม้ายานเกราะที่ ๑ (หย่อน ๑ หมวด) ออกปฏิบัติการเมื่อ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ ในขั้นต้นเวียดกงได้ต้านทานอย่างเหนียวแน่น เพราะได้สร้างที่มั่นแข็งแรงประกอบกับ ภูมิประเทศที่เป็นหลืบข้างลำน้ำ จึงยากแก่การค้นหา และทำลายด้วยอำนาจการยิง แม้จะยิงด้วยกระสุนวิถีโค้งก็ตาม
            ผลการปฏิบัติ ได้ปะทะกับเวียดกง ๖ ครั้ง สังหารเวียดกงได้ ๖ คน ทำลายที่กำบังปิดได้ ๘๓ แห่ง และยึดได้อาวุธยุทโธปกรณ์เป็นจำนวนมาก
ยุทธการ ๒๓๔
            กรมทหารราบที่ ๒ ได้มุ่งเน้นไปที่การปฏิบัติการสกัดกั้นไม่ให้เวียดกงกลับเข้าไปใช้ในพื้นที่ดังกล่าวได้อีก จึงได้จัดชุดซุ่มโจมตีทั้งทางบกและทางน้ำ รวมทั้งการใช้เครื่องมือกลซุ่มโจมตีอย่างกว้างขวาง นับตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ เป็นต้นมา และตั้งแต่ ๒๑ มีนาคม - ๕ เมษายน ๒๕๑๓ ได้รับการสนับสนุนด้วยรถถังขนาดหนัก จากกองพันรถถังที่ ๒ กรมรถถังที่ ๓๔ สหรัฐฯ โดยมาขึ้นทางยุทธการกับกรมทหารราบที่ ๒ ประกอบกำลังเป็น ๔ ชุดรบ ทำให้การกวาดล้างเวียดกงเป็นไปอย่างได้ผลดี
            ผลการปฏิบัติ ฝ่ายเราปลอดภัย เวียดกงเสียชีวิต ๓๒ คน ทำลายที่กำบังได้ ๓๒๒ แห่ง อุโมงค์ ๑ แห่ง ยึดได้อาวุธยุทโธปกรณ์ เป็นจำนวนมาก
ยุทธการซุยคา
            จากการลาดตระเวนตรวจค้น และกวาดล้างที่ผ่านมาพบว่า ที่มั่นเวียดกงส่วนใหญ่อยู่ตามบริเวณสองฝั่งลำน้ำคา กรมทหารราบที่ ๒ จึงปฏิบัติการกวาดล้างเวียดกงบริเวณนี้ มีการปะทะกับฝ่ายเวียดกงถึง ๕ ชั่วโมง มีการใช้เฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธ และปืนใหญ่สนับสนุน ทำให้สามารถทำลายที่มั่นเวียดกงได้ทุกแห่งที่พบ
            ผลการปฏิบัติ ได้ปะทะกับฝ่ายเวียดกง ๗ ครั้ง ทหารไทยบาดเจ็บ ๗ คน ทำลายที่มั่นปิดได้ ๑๘๘ แห่ง อุโมงค์ ๒ แห่ง ยึดได้อาวุธยุทโธปกรณ์เป็นจำนวนมาก
ยุทธการคีย์แมน
            กรมทหารราบที่ ๒ สืบได้ความชัดว่า มีหน่วยเวียดกงในระดับกองพันอยู่ ๒ หน่วย อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของฐานบุลศักดิ์ ในบริเวณพื้นที่ประมาณ ๑๒ ตารางกิโลเมตร จึงได้กำหนดพื้นที่ปฏิบัติการครั้งนี้ว่า ลาดหญ้า ได้เริ่มปฏิบัติการตั้งแต่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๑๓ มีการใช้โครงการต้อนรับผู้กลับใจให้เป็นประโยชน์ ใช้การโจมตีทางอากาศ การใช้ปืนใหญ่ยิงสนับสนุนอย่างใกล้ชิด ใช้ชุดทหารช่างทำลาย ไปทำลายที่กำบังปิดของเวียดกง การปฏิบัติการสิ้นสุดเมื่อ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๑๓
            ผลการปฏิบัติ ฝ่ายเราปลอดภัย เวียดกงเสียชีวิต ๓๔ คน ทำลายที่กำบังปิดได้ ๑๐๐ แห่ง ยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เป็นจำนวนมาก
ยุทธการทัมเทียน  (Tham Thien)

            ในระหว่างฤดูการเก็บเกี่ยว การปฏิบัติของเวียดกงเป็นไปในลักษณะก่อกวนโดยทั่วไป และใช้หน่วยทหารช่างสังหารเข้าโจมตี การปฏิบัติการครั้งนี้ จึงเป็นการกวาดล้างเวียดกง ประจำเขตย่อยที่ ๔ ในพื้นที่ปฏิบัติการวศิน (AO Vasin) อยู่ทางตอนใต้บริเวณทิศตะวันออกของหมู่บ้านทัมเทียน ตั้งแต่ ๑ - ๖ ตุลาคม ๒๕๑๓ กรมทหารราบที่ ๒ จัดกำลัง ๓ กองร้อยอาวุธเบา ๑ กองร้อยทหารม้ายานเกราะ สนับสนุนด้วยชุดทหารช่างถากถางป่า และชุดทหารช่างทำลายจากกองร้อยทหารช่างเข้าปิดล้อม
            ผลการปฏิบัติ ฝ่ายเราปลอดภัย เวียดกงเสียชีวิต ๕ คน ทำลายที่กำบังปิดได้ ๓๐ แห่ง อุโมงค์ ๒ แห่ง ยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เป็นจำนวนมาก และยังได้ถากถางพื้นที่ที่เป็นป่าทึบ เพื่อสกัดกั้นการใช้ประโยชน์ของพวกเวียดกง
ยุทธการสายฟ้าแลบ (Thunderbolt)
            เป็นการปฏิบัติการในพื้นที่ปฏิบัติการศิรินทร์ (AO Sirin) อยู่เหนือลำน้ำคา บริเวณที่ลำน้ำบรรจบกัน ตั้งแต่ ๑๙ - ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๓ โดยใช้ ๒ หมวดทหารม้าลาดตระเวนทางอากาศเข้าตรวจค้นที่หมาย และใช้ ๒ กองร้อยอาวุธเบาเคลื่อนที่ทางอากาศเข้าสกัดกั้น และติดตามเวียดกง
            ผลการปฏิบัติ ฝ่ายเราปลอดภัย เวียดกงเสียชีวิต ๓๙ คน ทำลายที่กำบังปิดได้ ๕๐ แห่ง หลุมบุคคล ๙ หลุม อุโมงค์ ๑ แห่ง และยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เป็นจำนวนมาก
การผลัดเปลี่ยน และเดินทางกลับ
            กองพลทหารอาสาสมัคร ส่วนที่ ๒ ผลัดที่ ๒ ได้รับการผลัดเปลี่ยนจากผลัดที่ ๓ ส่วนที่ ๒ เมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๑๔ แล้วจึงได้เดินทางกลับประเทศไทย โดยเครื่องบินลำเลียงของกองทัพอากาศสหรัฐฯ เสร็จสิ้นเมื่อ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๔
บทเรียนจากการรบ และการสูญเสีย
            ผลการปฏิบัติการส่วนใหญ่เป็นการผสมของฝ่ายโลกเสรี มีการประสานอำนาจการยิงของปืนใหญ่ กับการทิ้งระเบิดโจมตีต่อที่หมายร่วมกัน ดำเนินกลยุทธ์ด้วยวิธีโอบดิ่งลงในบริเวณที่หมาย มีการป้องกันด้วยการลาดตระเวนตามลำน้ำเพื่อบีบให้เวียดกงอยู่ในพื้นที่จำกัด ทำให้สามารถตรึงเวียดกงให้อยู่กับที่ สะดวกแก่การทำลายของฝ่ายเรา
            การสูญเสียจากการรบ เสียชีวิต ๙๑ คน บาดเจ็บ ๑,๐๕๙ คน
            การสูญเสียทางธุรการ เสียชีวิต ๒๕ คน บาดเจ็บ ๑๖๖ คน ส่งกลับเนื่องจากความผิด ๔๙ คน หนีราชการ ๙ คน
            รวมทั้งสิ้น ๑,๓๙๙ คน


* vitnan18.jpg (36.71 KB, 304x220 - ดู 5625 ครั้ง.)

* vitnan19.jpg (41.06 KB, 350x190 - ดู 6064 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโทร 081-7725722 หรือมาดูได้ที่ประตูน้ำและมีนบุรีครับ เลขที่บัญชี 675-2-01014-3 ธ.กสิกรไทย สาขาพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ชื่อ อาดุลย์ สีสกุล
pubangkapi.
General of the Army
Sergeant Major
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 924
สนใจสินค้าโทรด่วนที่ o๘๑-๗๗๒๕๗๒๒

อีเมล์
« ตอบ #15 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2011, 10:33:22 AM »

กองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๓

            กองพลทหารอาสาสมัครที่ ๓ จัดตั้งเมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๑๒ มีกำลังพลทั้งสิ้น ๑๑,๒๑๔ คน พลตรี เอื้อม  จิรพงค์  เป็นผู้บัญชาการ แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน เช่นเดียวกับ ผลัดที่ ๑ และผลัดที่ ๒
            กองพลอาสาสมัคร ผลัดที่ ๓ ส่วนที่ ๑ มีกำลังพลทั้งสิ้น ๕,๕๔๐ คน เปิดกองบัญชาการกองพลชั่วคราวที่กรมยุทธศึกษาทหารบก ระหว่าง ๑๖ ธันวาคม ๒๕๑๒ - ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ และได้เคลื่อนย้ายไปเข้าที่ตั้งถาวรในค่ายกาญจนบุรี เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ แล้วเริ่มเรียกพลเข้าที่รวมพลเพื่อทำการฝึกหลักทั้ง ๕ ขั้น ตามที่กองทัพบกกำหนด
            กองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๓ ส่วนที่ ๑ ออกเดินทางไปเวียดนามด้วยเครื่องบินลำเลียงแบบ C - ๑๓๐ ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ เสร็จสิ้นเมื่อ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๑๓ ในขั้นต้นคงขึ้นอยู่ในความควบคุมทางยุทธการของกองทัพสนามที่ ๒ สหรัฐฯ ต่อมาเมื่อ ๑๔ เมษายน ๒๕๑๔  กองทัพสนามที่ ๒ สหรัฐฯ ได้แปรสภาพหน่วยเป็นหน่วยบัญชาการช่วยเหลือประจำภาคที่ ๓  (III Regional Assistance Command : TRAC) จึงได้เปลี่ยนเป็นขึ้นควบคุมทางยุทธการของหน่วยนี้แทน และยังคงได้รับมอบภารกิจหลัก ๓ ประการ เช่นเดียวกับผลัดที่ ๑ และผลัดที่ ๒ และได้รับมอบภารกิจเฉพาะบางประการเพิ่มเติม เช่นให้ความคุ้มครองปลอดภัย สนับสนุนโครงการเสริมสร้างสันติสุขของรัฐบาลเวียดนามใต้ และควบคุมทรัพยากรแก่หมู่บ้านต่าง ๆ
            พื้นที่รับผิดชอบ คือพื้นที่รับผิดชอบทางยุทธวิธี ในเขตอำเภอลองถั่น กับพื้นที่บางส่วนทางด้านเหนือ ในเขตอำเภอดึ๊กตู จังหวัดเบียนหว่า และพื้นที่ทางด้านตะวันออกของอำเภอชวนล็อค จังหวัดลองคานห์ รวมพื้นที่ประมาณ ๖๓๐ ตารางกิโลเมตร
            การปฏิบัติการรบไม่มีความรุนแรงเหมือนผลัดที่ ๑ และผลัดที่ ๒ เพราะเวียดกงได้อ่อนกำลังลงมากแล้ว ส่วนใหญ่จึงเป็นการรบย่อย ๆ ระดับหน่วยทหารขนาดเล็ก ในลักษณะการลาดตระเวน ค้นหา และทำลายกำลังเวียดกง
การรบในฤดูฝน (กรกฎาคม - พฤศจิกายน ๒๕๑๓)

            สภาพดินฟ้าอากาศ ในฤดูฝนเกื้อกูลต่อการปฏิบัติการของฝ่ายเวียดกง ในขณะเดียวกันก็ไม่เกื้อกูลต่อฝ่ายเรา เพราะการสนับสนุนทางอากาศจะถูกจำกัด
            ในการปฏิบัติการในฤดูฝน ได้แก่การปิดล้อม ตรวจค้น ค้นหา และทำลายแหล่งส่งกำลังบำรุงที่สำคัญของเวียดกงทุกพื้นที่รับผิดชอบ และใช้หน่วยทหารขนาดเล็กเข้าปฏิบัติการรบด้วยการรุก การซุ่มโจมตี การตีโฉบฉวยควบคู่ไปกับการปฏิบัติการด้านการเมือง ของชุดปฏิบัติการจิตวิทยา และการช่วยเหลือประชาชน
การรบในฤดูแล้ง (ธันวาคม - เมษายน ๒๕๑๔)
            ในปลายฤดูฝน ฝ่ายเราสามารถเป็นฝ่ายริเริ่มเข้าปฏิบัติการทั่วทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเป็นฝ่ายได้เปรียบเวียดกง ทั้งทางด้านการทหาร และด้านการเมือง ได้ขยายผลการปฏิบัติการอย่างกว้างขวาง โดยได้ปฏิบัติการร่วมกับกำลังฝ่ายโลกเสรีในลักษณะผสม เช่นแผนยุทธการเยลโล แจ็กเก็ต ๑ ระหว่าง ๑๙ - ๒๓ ธันวาคม ๒๕๑๓ แผนยุทธการเยลโล แจ็กเก็ต ๒ ระหว่าง ๑๔ - ๑๙ มกราคม ๒๕๑๔ แผนยุทธการเยลโลแจ็คเก็ต ๓ ระหว่าง ๒๓ - ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๔ และแผนยุทธการไทยแอม ระหว่าง ๗ - ๒๓ มีนาคม ๒๕๑๔
การถอนกำลังกลับประเทศไทย
            ตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลเวียดนามใต้ให้กองกำลังทหารไทย เริ่มถอนกำลังออกจากเวียดนามใต้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๑๔ เป็นต้นไป กองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๓ ส่วนที่ ๑ ซึ่งได้รับอนุมัติจากกองทัพบกจึงเตรียมการถอนกำลัง ตั้งแต่เดือน มิถุนายน ๒๕๑๔ โดยแบ่งการเคลื่อนย้ายออกเป็น ๔ ส่วน และในวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๑๔ กองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๓ ส่วนที่ ๑ ก็ได้ส่งมอบความรับผิดชอบทางยุทธการให้กับ ผลัดที่ ๓ ส่วนที่ ๒
            การเดินทางกลับใช้เครื่องบินลำเลียงแบบ C - ๑๓๐ ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ  เสร็จสิ้นเมื่อ วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๑๔
กองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๓ ส่วนที่ ๒


            จัดตั้งขึ้นเมื่อ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๑๓ มีกำลังพล ๕,๙๓๔ คน ได้เปิดหลักสูตรอบรมเจ้าหน้าที่โดยรวม ๑๗ หลักสูตร ตั้งแต่วันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๑๓ ได้ทำการฝึกหลักที่ค่ายกาญจนบุรี โดยแบ่งการฝึกออกเป็น ๔ ขั้น ตั้งแต่การฝึกบุคคลทำการรบ การฝึกเป็นหมู่ตอนหมวด การฝึกเป็นกองร้อย และการฝึกเป็นกองพัน
            การเดินทางไปผลัดเปลี่ยนแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน เดินทางโดยเครื่องบินลำเลียง แบบ C - ๑๓๐ ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ เสร็จสิ้นเมื่อ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๔ และได้รับมอบภารกิจให้รับผิดชอบ โดยให้ปฏิบัติการในพื้นที่ทางด้านตะวันออกของอำเภอชวนล็อค จังหวัดลองคานห์ ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ของหน่วยทหารสหรัฐฯ แต่ได้ถอนกำลังออกไปแล้ว
            การปฏิบัติการรบไม่ได้ทำการรบครั้งใหญ่ เช่นเดียวกับผลัดก่อน ๆ อย่างไรก็ตามด้วยความริเริ่มโดยใช้ยุทธวิธีง่าย ๆ จึงทำให้ฝ่ายเวียดกงต้องแก้ปัญหาอยู่เสมอ เช่นใช้วิธีปะทะเพื่อให้ทราบที่ตั้งของฝ่ายเวียดกง แล้วถอนตัวห่างออกมาจากแนวปะทะ เพื่อให้เครื่องบินทิ้งระเบิด และปืนใหญ่ระดมยิง กับให้เฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธโจมตีด้วยจรวด และปืนกลอากาศทำลายกำลังเวียดกงแล้วจึงเข้าไปตรวจค้น ทำให้บรรลุภารกิจทุกครั้ง
การปฏิบัติการรบของกองร้อยจู่โจม  (๑๕ - ๑๘ เมาายน ๒๕๑๔)

            ชุดจู่โจมของกองร้อยจู่โจมได้รับมอบภารกิจให้ทำการลาดตระเวนค้นหา และทำลายข้าศึก ที่หลบซ่อนตัวอยู่ทางทิศใต้ของลำน้ำคา ในเขตพื้นที่ปฏิบัติการวศิน การปฏิบัติของชุดจู่โจม เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๑๔ โดยเคลื่อนย้ายทางเฮลิคอปเตอร์ไปลงในพื้นที่ปฏิบัติการ และแทรกซึมเข้าไป วันต่อมาได้กระจายกำลังเข้าค้นหา และทำลายข้าศึก การปะทะเป็นไปอย่างรุนแรง ส่วนหนึ่งได้เข้ารบประชิดด้วยอาวุธประจำกาย และทำการร้องขอการโจมตีทางอากาศอย่างเร่งด่วน และขอรับการยิงสนับสนุนจากปืนใหญ่
            ผลการปฏิบัติ ฝ่ายเราบาดเจ็บ ๓ คน ฝ่ายเวียดกงเสียชีวิต ๘ คน ทำลายที่กำบังได้ ๘ แห่ง ยึดอาวุธยุทโธปกรณ์เป็นจำนวนมาก
การปฏิบัติการของชุดเพชฌฆาตสังหาร  (๑๗ - ๑๘ สิงหาคม ๒๕๑๔)
            เป็นการใช้หน่วยดำเนินกลยุทธ์เป็นหน่วยทหารขนาดเล็ก ซึ่งจัดตั้งขึ้นเป็นการภายใน มีภารกิจในการซุ่มโจมตี สามารถปฏิบัติการโดยไม่ต้องส่งกำลังเพิ่มเติมเป็นระยะเวลา ๓ - ๔ วัน เริ่มปฏิบัติการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๑๔ เป็นต้นมา สามารถสังหาร และจับเชลยศึกได้มากที่สุด เมื่อเทียบกับหน่วยอื่นในระดับกองร้อยอาวุธเบาด้วยกัน
            การปฏิบัติการ เมื่อ ๑๗ สิงหาคม ชุดเพชฌฆาตสังหาร ได้เคลื่อนย้ายกำลังทางอากาศแทรกซึมเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติการ ซึ่งเป็นป่ารกทึบ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่ปฏิบัติการจิระ ต่อมาวันรุ่งขึ้นได้พบกับกำลังทหารประจำการของเวียดนามเหนือ จึงได้เข้าโจมตีข้าศึกเสียชีวิต ๖ คน
การถอนกำลังกลับประเทศไทย

            เมื่อปฏิบัติการได้ครบ ๑ ปีแล้ว กองทัพบกได้มีคำสั่งให้ถอนกำลังทั้งหมดกลับประเทศไทย โดยได้เริ่มเคลื่อนย้ายกำลังพลเป็นส่วน ๆ เดินทางโดยเครื่องบินลำเลียงของกองทัพอากาศสหรัฐฯ  ตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๑๕ และเสร็จสิ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๕

อิสริยาภรณ์ และเหรียญตราที่ได้รับ

            กำลังพลในกองพลทหารอาสาสมัครที่ ๓ ได้รับอิสริยาภรณ์และเหรียญตรา จากสหรัฐฯ และเวียดนามใต้ จากการปฏิบัติการรบในสงครามเวียดนาม จำนวน ๙๐๐ คน จากสหรัฐฯ ๗๙๒ คน จากเวียดนามใต้ ๑๐๘ คน
            กองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๓ นับเป็นกำลังรบทางบกของไทยหน่วยสุดท้าย ที่ปฏิบัติการรบในสงครามเวียดนาม รวมระยะเวลาที่ประเทศไทยส่งกำลังทางบกไปปฏิบัติการร่วมกับ กำลังฝ่ายโลกเสรีในเวียดนามใต้ ตั้งแต่เดือน กันยายน ๒๕๑๑ จนถึงเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ รวมเวลา ๓ ปี ๔ เดือน เกียรติประวัติของกองพลเสือดำ ยังเป็นที่จดจำของชาวเวียดนาม และกองกำลังฝ่ายโลกเสรีที่ร่วมปฏิบัติการในสงครามเวียดนาม ในความกล้าหาญอดทน เสียสละ และความสามารถในการรบของทหารไทย เพื่อธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงปลอดภัยของประเทศเพื่อนบ้าน และผดุงไว้ซึ่งสันติสุขของภูมิภาค






* vitnan20.jpg (29.03 KB, 309x194 - ดู 5609 ครั้ง.)

* vitnan21.jpg (32.28 KB, 342x180 - ดู 5636 ครั้ง.)

* vitnan22.jpg (32.72 KB, 316x200 - ดู 5814 ครั้ง.)

* vitnan23.jpg (33.48 KB, 268x238 - ดู 5918 ครั้ง.)

* vitnan24.jpg (28.13 KB, 262x320 - ดู 5977 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโทร 081-7725722 หรือมาดูได้ที่ประตูน้ำและมีนบุรีครับ เลขที่บัญชี 675-2-01014-3 ธ.กสิกรไทย สาขาพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ชื่อ อาดุลย์ สีสกุล
pubangkapi.
General of the Army
Sergeant Major
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 924
สนใจสินค้าโทรด่วนที่ o๘๑-๗๗๒๕๗๒๒

อีเมล์
« ตอบ #16 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2011, 10:37:54 AM »

หน่วยเรือซีฮอร์ส

      เมื่อคณะรัฐมนตรี ลงมติเมื่อ ๔ พฤษภาคม ๒๕๐๙ อนุมัติหลักการให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่รัฐบาลเวียดนามใต้เพิ่มเติม โดยให้กองทัพเรือจัดส่งเรือไปร่วมปฏิบัติการลำเลียง และเฝ้าตรวจบริเวณชายฝั่ง เพื่อป้องกันการแทรกซึมทางทะเล กองทัพเรือจึงได้จัดตั้งหน่วยเรือซีฮอร์ส (Sea Horse Element) ขึ้น ประกอบด้วยเรือหลวงพงัน ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบก กับเรือ ต.๑๒ ซึ่งเป็นเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งไปปฏิบัติการ ได้ออกเดินทางจากประเทศไทยเมื่อ ๗ ธันวาคม ๒๕๐๙ เมื่อถึงเวียดนามแล้ว เรือทั้งสองลำได้แยกกันไปปฏิบัติการ ในสายการบังคับบัญชาทางยุทธการตามภารกิจ

เรือหลวงพงัน
รือหลวงพงันมีกำลังพล ๑๕๖ คน มีการผลัดเปลี่ยนกำลังพลเป็นจำนวนกึ่งหนึ่งทุก ๖ เดือน รวมทั้งหมดมี ๕ ชุด แต่ละชุดมี ๒ ผลัด เริ่มตั้งแต่ ๗ ธันวาคม ๒๕๐๙ ถึง ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๑๕

การปฏิบัติการ
            เรือหลวงพงันปฏิบัติงานอยู่ในความควบคุมทางยุทธการของหน่วยบริการขนส่งทางทะเลทางทหาร ของสหรัฐฯ ประจำกรุงไซ่ง่อน และได้รับมอบภารกิจให้ปฏิบัติการลำเลียงสิ่งอุปกรณ์ อาวุธยุทโธปกรณ์ และกำลังพล ตลอดจนเสบียงอาหาร จากคลังใหญ่ไปตามเมืองต่าง ๆ ในเวียดนามใต้
            ระหว่างการเดินทาง เจ้าหน้าที่ประจำเรืออาจจะต้องประจำสถานีรบตลอดเวลา พร้อมที่จะตอบโต้การโจมตีของเวียดกง และยิงทำลายทุ่นระเบิดขาดลอย หรือสิ่งที่สงสัยว่าจะเป็นทุ่นระเบิดตามเส้นทางเดินเรือ การเดินเรือดำเนินไปโดยอิสระ ไม่มีขบวนคุ้มกัน มีแต่เรือรบสหรัฐฯ และเวียดนามใต้ที่แล่นลาดตระเวนอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ เท่านั้น เมื่อเรือเดินทางถึงปลายทางก็จะเข้าจอดตามตำบลที่กำหนด เพื่อขนถ่ายสิ่งของลง และบรรทุกสิ่งของที่จะส่งไปยังเมืองท่าที่กำหนด เช่น ดานัง กวินอน ญาตรัง วุงโร ฟานรัง ฟานเทียด ญาเบ อันทอย วุงเตา คานโถ และอ่าวคัมรานห์ เป็นการเดินทางไปทั่วน่านน้ำของเวียดนามใต้ตั้งแต่เมืองดานัง จนถึงเกาะฟูก๊ก กับเมืองสำคัญตามลำน้ำโขง เช่นเมืองคานโถ เป็นต้น
            การจอดเรือ ณ เมืองท่าต่าง ๆ จะต้องทิ้งระเบิดลงน้ำทุกๆ ๕-๑๐ นาที เพื่อป้องกันหน่วยจู่โจมใต้น้ำของเวียดกง ลอบนำระเบิดมาทำลายเรือ การเดินทางในแม่น้ำอาจถูกทุ่นระเบิดที่ข้าศึกวางไว้ หรือถูกซุ่มโจมตี ตลอดจนถูกยิงด้วยจรวดอาร์พีจี ของเวียดกงจากสองฝั่งแม่น้ำได้
            การปฏิบัติการระหว่าง ปี พ.ศ. ๒๕๑๐ - ๒๕๑๕ ที่สำคัญ ๆ มีดังนี้
            ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๑๐  เวลาประมาณ ๐๑.๑๐ น. เรือหลวงพงันพร้อมด้วยเรือฝ่ายเดียวกันอีก ๓ ลำ ไปเกยหาดที่จุดขนถ่ายที่เมืองท่าจูไล ได้ถูกเวียดกงระดมยิงจากฝั่งตรงข้ามด้วยปืนไร้แรงสะท้อน และเครื่องยิงลูกระเบิด ฝ่ายเราได้ยิงโต้ตอบโดยทหารสหรัฐฯ บนฝั่ง และบนเรือตรวจฝั่ง พร้อมกับให้เฮลิคอปเตอร์ทิ้งพลุส่องสว่าง และฉายไฟไปยังตำบลที่สงสัยว่า จะเป็นที่ตั้งของฝ่ายเวียดกง ปรากฏว่าฝ่ายเราเสียหายเล็กน้อย
            ๗ พฤษภาคม ๒๕๑๑  เวลา ๑๑.๕๔ น. ขณะที่เรือหลวงพงัน แล่นอยู่ในร่องน้ำบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง จากเมืองคานโถไปเมืองวุงเตา ได้ถูกเวียดกงโจมตีด้วยจรวดบาซูก้า ขนาด ๗๕ มิลลิเมตร จำนวน ๕ นัด จากระยะประมาณ ๙๐ เมตร เรือหลวงพงันต่อสู้ด้วยปืนเรือ ๔๐/๖๐ มิลลิเมตรแท่นคู่ และปืนกล .๕๐ คาลิเบอร์ ฝ่ายเวียดกงถอยกลับไป เรือหลวงพงันถูกกระสุนจรวด ๑ นัด ทางกราบซ้ายใกล้แนวน่านน้ำบริเวณกลางลำเป็นรูทะลุ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๖ นิ้ว และฉีกเป็นแนวยาวประมาณ ๑ ฟุต หน่วยควบคุมความเสียหาย ได้ทำการซ่อมอย่างรีบด่วน และสามารถนำเรือกลับได้อย่างปลอดภัย
            ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๓  เวลา ๑๓.๐๒ น. เรือหลวงพงันออกเดินทางจากเมืองคานโปไปยังเมืองท่าวุงเตา ได้ถูกข้าศึกโจมตีด้วยจรวด ๑ นัด แต่กระสุนไประเบิดทางกราบขวาท้ายเรือ ห่างประมาณ ๙๐ เมตร
            เรือหลวงพงันได้เข้าซ่อมใหญ่ที่ฐานทัพเรือสหรัฐฯ ที่เกาะกวม ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๑๑ ถึง กุมภาพันธ์ ๒๕๑๒ และเดินทางกลับไปปฏิบัติการตามภารกิจต่อไป เมื่อ ๑๕ เมษายน ๒๕๑๒

เรือ ต.๑๒


            เรือ ต.๑๒  มีกำลังพล ๓๒ คน มีการผลัดเปลี่ยนกำลังพลเป็น ๔ ชุด แต่ละชุดมี ๒ ผลัด ตั้งแต่ ๗ ธันวาคม ๒๕๐๙ ถึง ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๑๔
            เรือ ต.๑๒  ปฏิบัติงานอยู่ในความควบคุมทางยุทธการของกองเรือเฉพาะกิจ ที่ ๑๑๕ สหรัฐฯ  ตั้งแต่ ๗ ธันวาคม ๒๕๐๙ ต่อมาเมื่อ ๑ มิถุนายน ๒๕๑๒ ทัพเรือสหรัฐฯ ได้โอนหมวดเรือเฉพาะกิจที่ ๑๑๕.๔ ให้กับกองทัพเรือเวียดนามใต้ และพิจารณาย้ายเรือ ต.๑๒ ไปขึ้นในความควบคุมทางยุทธการของหมวดเรือเฉพาะกิจที่ ๑๑๕.๓ (Task Group ๑๑๕.๓) ในเดือนกันยายน ๒๕๑๓ ทัพเรือสหรัฐฯ ได้โอนหมวดเรือเฉพาะกิจที่ ๑๑๕.๓ ไปให้กองทัพเรือเวียดนามใต้อีก และให้เรือ ต.๑๒ ไปขึ้นในความควบคุมทางยุทธการ ของหมวดเรือเฉพาะกิจที่ ๑๑๕.๖  ซึ่งกำหนดให้เรือ ต.๑๒  ปฏิบัติการเป็นหน่วยเรือเฉพาะกิจที่ ๑๑๕.๖.๖ และสุดท้ายในเดือนมกราคม ๒๕๑๔ ได้ให้เรือ ต.๑๒  ปฏิบัติการเป็นหน่วยเรือเฉพาะกิจที่ ๑๑๕.๖.๕
            เรือ ต.๑๒  มีหน้าที่ลาดตระเวน ค้นหา และเฝ้าตรวจชายฝั่งทะเลเวียดนามใต้ เพื่อป้องกันการแทรกซึมของฝ่ายคอมมิวนิสต์ทางทะเล ตามแผนยุทธการ มาร์เก็ตไทม์ (Market Time Operation)
พื้นที่ปฏิบัติการ
            แนวเขตชายฝั่งทะเลที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองเรือเฉพาะกิจที่ ๑๑๕ มีความยาว ๑,๘๗๕ กิโลเมตร แบ่งพื้นที่ปฏิบัติการลาดตระเวน ป้องกันการแทรกซึมของข้าศึกเป็น ๙ เขตใหญ่ แต่ละเขตยังแบ่งเป็นพื้นที่ชายฝั่ง (Inshore) และพื้นที่นอกฝั่ง (Offshore) โดยถือแนวเส้นทะเลอาณาเขต (๑๒ ไมล์จากฝั่ง) เป็นเส้นแบ่งเขตโดยประมาณ และพื้นที่ชายฝั่งยังแบ่งออกเป็นพื้นที่ย่อย ๆ ควบคุมแนวชายฝั่ง ประมาณ ๒๐ ไมล์ พื้นที่ทั้งหมดเรียกว่าพื้นที่รับผิดชอบตรวจการณ์เป็นพิเศษ (Market Time Surreillance Area)
การปฏิบัติการที่สำคัญ

            ๘ เมษายน ๒๕๑๓  เวลา ๑๑.๓๐ น. หน่วยทหารบนฝั่งแจ้งว่า เวียดกงได้ยิงเครื่องบินตรวจการณ์ จึงขอให้เรือ ต.๑๒ ร่วมกับเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งของสหรัฐฯ ระดมยิงทำลายที่ตั้ง และกำลังของเวียดกง เรือ ต.๑๒ ได้เริ่มทำการยิงไปยังที่หมายที่ได้รับรายงาน ด้วยปืนขนาด ๔๐ มิลลิเมตร  และปืนกลขนาด ๒๐ มิลลิเมตร ฝ่ายเวียดกงได้ยิงโต้ตอบแต่ไม่ถูก จากการตรวจตำบลกระสุนตกของเครื่องบินตรวจการณ์ แจ้งว่าเรือ ต.๑๒ ยิงทำลายถูกที่หมายดีมาก
            ต่อมาในคืนวันเดียวกันขณะที่เรือ ต.๑๒ แล่นอยู่ในแม่น้ำฮากลางเพื่อเดินทางกลับฐาน ได้รับคำร้องขอจากหน่วยปฏิบัติการรบพิเศษบนบกของสถานีชายฝั่งที่ ๓๖ ว่า สืบพบกองกำลังเวียดกง รวมกำลังอยู่ในที่หมาย ๓ แห่งริมแม่น้ำ เรือ ต.๑๒ จึงยิงปืนกลขนาด ๔๐ มิลลิเมตรไปตามคำขอ
            ๙ เมษายน ๒๕๑๓ เรือ ต.๑๒ ได้ปฏิบัติการร่วมกับเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งสหรัฐฯ ในหน่วยเรือของศูนย์ควบคุมการปฏิบัติงานชายฝั่ง ระดมยิงกองโจรที่ซ่องสุมกำลังกันอยู่บริเวณสองฝั่งคลอง มี่ทานห์ ซึ่งกว้างประมาณ ๓๐๐ หลา  กระจายกันอยู่ในที่หมาย เรือ ต.๑๒ ได้ยิงปืนกลทุกขนาด ไปยังที่หมายทั้ง ๓ แห่ง อย่างจู่โจมทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ
            ๑๐ เมษายน ๒๕๑๓ เวลา ๑๐.๐๐ น. เรือ ต.๑๒ ได้รับคำร้องขอจากผู้บังคับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ลาดตระเวน ให้ปฏิบัติการร่วมกับเรือตรวจการณ์ชายฝั่งสหรัฐฯ ในคลองเคลมบังโก ซึ่งกว้าง ประมาณ ๑๐๐-๒๐๐ หลา สองฝั่งคลองมีเวียดกงหลบซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก การปฏิบัติการครั้งนี้ มุ่งหมายเพื่อการปฏิบัติการจิตวิทยาชักชวนพวกเวียดกง บนสองฝั่งคลองให้กลับใจยอมมอบตัว โดยเรือสหรัฐฯ ทำหน้าที่กระจายเสียงเป็นภาษาเวียดนาม ส่วนเรือ ต.๑๒ ทำหน้าที่คุ้มกัน
            ๑๗ เมษายน ๒๕๑๓ เรือ ต.๑๒ ปฏิบัติการตามแผนซีฮอร์ส ๑๗๓๒ ในพื้นที่อำเภอลองถั่น ร่วมกับเรือรักษาฝั่ง และเครื่องบินตรวจตำบลกระสุนตกของสหรัฐฯ โดยให้ผู้บังคับการเรือ ต.๑๒ เป็นผู้บังคับบัญชาควบคุมทางยุทธวิธี ภารกิจที่ได้รับคือการนำเรือเข้าไปตามลำน้ำต่าง ๆ ได้แก่ แม่น้ำลันเนือ แม่น้ำบาร์ตอง แม่น้ำลองชิม แม่น้ำไบดอน ผ่านออกไปทางคลองขุดคิมส์คานห์ชานห์โบ ทะลุออกแม่น้ำฮากลาง (แม่น้ำบาสัก) กำหนดให้ทำการยิงเป้าหมายต่าง ๆ ที่พบเห็นตลอดสองฝั่งคลอง และตามตำบลต่าง ๆ เวลา ๑๕.๒๐ น. ฝ่ายเวียดกงที่ซุ่มอยู่บนฝั่งห่างจากเรือประมาณ ๒๐ เมตร ได้ยิงจรวดอาร์พีจี ๓ นัด ทำให้เกิดการระเบิดในห้องเครื่อง และน้ำมันรั่ว เกิดการระเบิดและเพลิงไหม้ แต่เรือ ต.๑๒ สามารถดับเพลิงได้อย่างรวดเร็ว
สรุปการปฏิบัติของหน่วยเรือซีฮอร์ส
            เรือหลวงพงัน ปฏิบัติการในเวียดนามใต้ ตั้งแต่วันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๐๙ จนถึงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๑๕ รวมเวลา ๕ ปี ๕ เดือนเศษ ได้ลำเลียงขนส่งอุปกรณ์ อาวุธยุทโธปกรณ์ ทหารและเสบียงอาหาร คิดเป็นน้ำหนักบรรทุก ๗๗,๖๐๐ ตัน ระยะทางเดินเรือ ๗๐,๕๐๐ ไมล์  ปฏิบัติการจิตวิทยา ๑๓ ครั้ง ถูกเวียดกงโจมตี ๒ ครั้ง ได้รับความเสียหายเล็กน้อย ๑ ครั้ง ทหารทุกคนปลอดภัย
            เรือ ต.๑๒  ปฏิบัติการในเวียดนามใต้ ตั้งแต่วันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๐๙ ถึงวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๑๔ รวมเวลา ๔ ปี ๕ เดือนเศษ ได้ตรวจพบเรือประมง ๓,๕๓๙ ลำ ตรวจสอบเรือประมง ๑,๔๓๓ ลำ ตรวจค้นเรือประมง ๒,๑๐๒ ลำ ระดมยิงฝั่ง ๖๔ ครั้ง ปฏิบัติการจิตวิทยา ๘ ครั้ง ถูกเวียดกงโจมตี ๒ ครั้ง ได้รับความเสียหายเล็กน้อย ๑ ครั้ง ทหารทุกคนปลอดภัย







* vitnan25.jpg (27.09 KB, 317x230 - ดู 5602 ครั้ง.)

* vitnan26.jpg (16.76 KB, 355x180 - ดู 5536 ครั้ง.)

* vitnan27.jpg (27.34 KB, 319x190 - ดู 5538 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโทร 081-7725722 หรือมาดูได้ที่ประตูน้ำและมีนบุรีครับ เลขที่บัญชี 675-2-01014-3 ธ.กสิกรไทย สาขาพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ชื่อ อาดุลย์ สีสกุล
pubangkapi.
General of the Army
Sergeant Major
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 924
สนใจสินค้าโทรด่วนที่ o๘๑-๗๗๒๕๗๒๒

อีเมล์
« ตอบ #17 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2011, 10:42:59 AM »

หน่วยบินวิคตอรี

            คณะรัฐมนตรีได้ลงมติรับหลักการ ให้ความช่วยเหลือทางทหาร แก่รัฐบาลเวียดนามใต้ เมื่อ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๐๗ และอนุมัติให้กองทัพอากาศจัดส่งนักบิน และช่างอากาศจำนวน ๑๖ คน ไปปฏิบัติการบินลำเลียงด้วยเครื่องบินลำเลียงแบบ C - ๔๗ ร่วมกับฝูงบินลำเลียงที่ ๔๑๓ กองบินน้อยที่ ๓๓ เวียดนามใต้ และต่อมาได้ย้ายไปร่วมปฏิบัติการร่วมกับฝูงบินลำเลียงที่ ๔๑๕ เวียดนามใต้
            กองทัพอากาศจึงได้จัดตั้งหน่วยบินลำเลียง โดยใช้นามรหัสหน่วยว่า หน่วยบินวิคตอรี (Victory Wing Unit)  มีนาวาอากาศตรี ไพโรจน์ สุกุมลจันทร์ เป็นผู้บังคับหน่วยคนแรก หน่วยบินวิคตอรี ออกเดินทางโดยเครื่องบินกองทัพอากาศ ออกจากประเทศไทย เมื่อ ๑๔ กันยายน ๒๕๐๗ นับเป็นหน่วยทหารไทยหน่วยแรก ที่ไปปฏิบัติการในเวียดนามใต้
            ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ ๔ พฤษภาคม ๒๕๐๙ อนุมัติหลักการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่เวียดนามใต้ และมีมติให้กองทัพอากาศจัดส่ง เครื่องบินลำเลียงแบบ C - ๑๒๓ จำนวน ๒ เครื่องที่กองทัพอากาศสหรัฐฯ มอบให้ไปกับหน่วยบินวิคตอรี กับให้จัดนักบิน และช่างอากาศสำหรับปฏิบัติการบินกับเครื่องบิน กับเครื่องบินลำเลียงแบบ C - ๔๗ ต่อไป สำหรับเครื่องบินลำเลียงแบบ C - ๑๒๓ ได้เริ่มปฏิบัติการ เมื่อ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๐๙ โดยขึ้นในความควบคุมทางยุทธการของกองบินใหญ่ลำเลียงทางอากาศยุทธวิธีที่ ๓๑๕ สหรัฐฯ (๓๑๕th Air tactical Airlift Wing)
            หน่วยบินวิคตอรี  มีกำลังพลตามอัตรา ๕๔ คน ในรอบปีจะมีการผลัดเปลี่ยน ๓ ครั้ง ในเดือนเมษายน สิงหาคม และธันวาคม นับตั้งแต่เดือน กันยายน ๒๕๐๗ ถึงเดือนธันวาคม ๒๕๑๔ มีการผลัดเปลี่ยน ๗ ชุด ๆ ละ ๓ ผลัด
            หน่วยบินวิคตอรีตั้งอยู่ที่ฐานทัพอากาศตันซอนนุทในกรุงไซ่ง่อน และแบ่งออกเป็น ๒ ชุด เจ้าหน้าที่ และเครื่องบินแบบ C - ๔๗ ขึ้นในความควบคุมทางยุทธการของฝูงบินลำเลียงที่ ๔๑๕ ของเวียดนามใต้ ส่วนเจ้าหน้าที่และเครื่องบินแบบ C - ๑๒๓ ขึ้นในความควบคุมทางยุทธการของฝูงบินสนับสนุนทางยุทธวิธีที่ ๑๙  ของสหรัฐฯ
ภารกิจและพื้นที่ปฏิบัติการ

            หน่วยบินวิคตอรีได้รับมอบภารกิจในการบินลำเลียงทหาร การส่งทางอากาศ (Airborne) การเคลื่อนย้ายทางอากาศ (Air Movement) ตลอดจนการส่งกำลังบำรุงทั้งปวง ปฏิบัติตามคำสั่งหรือคำขอเพื่อบินไปยังสนามบินที่กำหนด การส่งกลับ (Evacuation) ตลอดจนลำเลียงเสบียงอาหารไปส่งให้หน่วยทหาร ปฏิบัติการบินลาดตระเวนหาข่าว หรือภาพถ่ายทางอากาศ
            พื้นที่ปฏิบัติการกระจายไปทั่วเวียดนามใต้ ตั้งแต่เส้นขนานที่ ๑๗ ลงมาจนถึงแหลมคาเมาหรือแหลมญวน รวมไปถึงเกาะต่าง ๆ ในทะเลซึ่งอยู่ในเขตน่านน้ำเวียดนามใต้
การปฏิบัติการ
            หน่วยบินวิคตอรีแบ่งชุดบินออกเป็น ๒ ชุดคือ ชุดบินกลางวัน และชุดบินกลางคืน
            ชุดบินกลางวัน  ส่วนมากจะปฏิบัติการก่อนรุ่งเช้า บินไปยังสนามบินหรือตำบลต่าง ๆ ที่กำหนด เช่น ฐานทัพอากาศฟานรัง ญาตรัง หรือเบียนหว่า เป็นการบินลำเลียงทหาร การเคลื่อนย้ายทางอากาศ การส่งกำลังทางอากาศ ตลอดจนการส่งกำลังบำรุงทั้งปวง การส่งกลับ การปฏิบัติการด้านอิเลคทรอนิคส์ บางครั้งเป็นการลาดตระเวนหาข่าว หรือถ่ายภาพทางอากาศ นอกจากนั้นยังทำหน้าที่ในการยิงคุ้มกัน ให้แก่กำลังภาคพื้นดิน หรือยิงทำลายที่หมายทางพื้นดิน ปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน เช่น การลำเลียงพลเรือนอพยพ และผู้ลี้ภัย โดยใช้เครื่องบินลำเลียงแบบ C - ๔๗ เป็นหลัก ชุดบินกลางวันจะปฏิบัติงานตลอดทั้งวัน จนกระทั่งค่ำหรือทัศนวิสัยไม่ดี จึงกลับที่ตั้งประจำที่สนามบินตันซอนนุท
            ชุดบินกลางคืน  รับหน้าที่ต่อจากชุดบินกลางวันต่อไปตลอดคืน โดยบินไปเหนือเมืองหรือตำบลต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ในคำสั่งหรือคำขอ เพื่อทิ้งพลุส่องสว่างแก่หน่วยตามภาคพื้นดินขณะปฏิบัติการรบ นอกจากนี้ยังต้องบินลาดตระเวนติดอาวุธอีกด้วย สำหรับเจ้าหน้าที่ชุดนี้จัดบินสำหรับเครื่องบินลำเลียงแบบ C - ๔๗ เท่านั้น
            การปฏิบัติของหน่วยบินวิคตอรี เป็นการปฏิบัติที่เสี่ยงอันตรายมาก ในชุดกลางวันไม่ได้ติดอาวุธใด ๆ คงติดอาวุธเฉพาะชุดบินกลางคืนเท่านั้น เมื่อต้องปฏิบัติการส่งกำลังทางอากาศ หรือทิ้งสิ่งของทางอากาศ ในพื้นที่บางแห่งที่จะต้องทิ้งลงขณะที่บินในระดับต่ำ เนื่องจากสภาพอากาศไม่ดี หรือภูมิประเทศทางเบื้องล่างจำกัด เพื่อทิ้งของให้ตรงเป้าหมาย หรือตามตำบลที่กำหนด เพราะถ้าผิดพลาดแล้วของที่ทิ้งลงไปอาจตกไปอยู่ในมือฝ่ายข้าศึกได้ และการบินต่ำทำให้พวกเวียดกง ซึ่งซ่อนตัวอยู่ตามต้นไม้บนเขายิงได้โดยง่าย นอกจากนั้นสนามบินบางแห่งก่อนหน้าที่จะออกเดินทาง ทราบแน่ชัดว่าเป็นของฝ่ายเรา แต่เมื่อไปถึงแล้วจึงพบว่าถูกข้าศึกยึดครอง นักบินต้องอาศัยไหวพริบปฏิภาณ และการสังเกตจากสิ่งบอกเหตุ หากพบว่าผิดสังเกตต้องรีบนำเครื่องขึ้นทันที แต่ถึงกระนั้นก็ยังถูกเวียดกงระดมยิงตามหลังอย่างหนาแน่น แต่พ้นระยะยิงหวังผล นักบินจึงนำเครื่องบินขึ้น และนักบินกลับอย่างปลอดภัยทุกครั้ง และแม้จะแน่ใจว่าเป็นฝ่ายเดียวกันก็ตาม นักบินจะไม่ดับเครื่องยนต์ขณะจอดส่งของ และเมื่อลำเลียงของขึ้นลงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะนำเครื่องขึ้นทันทีเพื่อความปลอดภัย

            เหตุการณ์เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๐๙
เจ้าหน้าที่หน่วยบินวิคตอรี ได้ปฏิบัติการร่วมกับทหารอากาศสหรัฐฯ ที่เมืองเต๋าเตียว ขณะที่นักบินนำเครื่องบินลำเลียงแบบ C - ๑๒๓ ขึ้นพ้นทางวิ่งไปได้เล็กน้อย ก็ถูกซุ่มยิงด้วยปืนกล จากฝ่ายเวียดกงอย่างหนาแน่น กระสุนเจาะทะลุลำตัวเครื่องบินหลายแห่ง ทำให้ถังเชื้อเพลิงเครื่องยนต์ฉีกขาด ระบบไฮดรอลิกเสียหาย เกิดไฟไหม้เข้าไปในห้องผู้โดยสาร นักบินและเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องบินไม่ยอมสละเครื่องบิน แต่ร่วมมือกันพยายามแก้ไขสถานการณ์ บังคับเครื่องบินซึ่งอยู่ในสภาพบอบช้ำ ออกไปให้พ้นวิถีกระสุน และการติดตามของเวียดกง และได้นำเครื่องบินลงฉุกเฉินได้โดยสวัสดิภาพทุกคนปลอดภัย
            ตลอดเวลาที่หน่วยบินวิคตอรี ปฏิบัติงานในเวียดนามใต้นั้น มีกำลังพลที่ประสบอันตรายถึงชีวิตเพียง ๒ คน อันเกิดจากเครื่องบินชนภูเขาที่จังหวัดลัมดง ๑ นาย และเครื่องบินประสบอุบัติเหตุขณะวิ่งขึ้นจากสนามบินรักยา จังหวัดเบียนหว่าอีก ๑ ราย
            การปฏิบัติภารกิจขนส่งทางอากาศในแต่ละวันต้องปฏิบัติภารกิจตลอด ๒๔ ชั่วโมง นอกจากปฏิบัติงานตามภารกิจที่ได้รับมอบแล้ว ยังได้รับมอบภารกิจพิเศษอื่น ๆ เช่น การรับ - ส่ง บุคคลสำคัญไปตรวจสถานการณ์ต่างจังหวัด หรือการปฏิบัติการที่จะต้องใช้เครื่องบินโดยรีบด่วน ซึ่งหน่วยบินวิคตอรี สามารถปฏิบัติตามคำสั่งได้ภายในเวลา ๑ ชั่วโมง
            การปฏิบัติการของหน่วยบินวิคตอรี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๙ จนกระทั่งถอนกำลังกลับประเทศไทย เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๑๔ นับว่าได้บรรลุผลสำเร็จด้วยดี การสูญเสียมีเพียงเครื่องบินถูกเวียดกงโจมตีได้รับความเสียหายเพียงเครื่องเดียว และกำลังพลเสียชีวิต ๒ คน ผลการปฏิบัติสรุปได้ดังนี้
                การลำเลียงขนส่งทางอากาศ                         ๑,๗๗๖    ภารกิจ
                จำนวนเที่ยวบิน                                             ๑๐,๒๔๔   เที่ยวบิน
                ขนส่งผู้โดยสาร                                          ๑๖๘,๒๙๔   คน
                บรรทุกอาวุธยุทโธปกรณ์ และเสบียง       ๒๔,๖๙๔   ตัน
            ผลการปฏิบัติทำให้กำลังพลทุกคนได้รับเหรียญตรา จากเวียดนามใต้ และสหรัฐฯ นอกเหนือไปจากเหรียญชัยสมรภูมิประดับเครื่องหมายเปลวระเบิด ดังนี้
                Armed Forces Medal (First Class , Second Class) ของเวียดนามใต้
                Distinguished Flying Cross ของสหรัฐฯ


* vitnan28.jpg (44.57 KB, 333x230 - ดู 5598 ครั้ง.)

* vitnan29.jpg (21.46 KB, 277x350 - ดู 5559 ครั้ง.)

* vitnan30.jpg (20.61 KB, 303x200 - ดู 5455 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโทร 081-7725722 หรือมาดูได้ที่ประตูน้ำและมีนบุรีครับ เลขที่บัญชี 675-2-01014-3 ธ.กสิกรไทย สาขาพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ชื่อ อาดุลย์ สีสกุล
pubangkapi.
General of the Army
Sergeant Major
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 924
สนใจสินค้าโทรด่วนที่ o๘๑-๗๗๒๕๗๒๒

อีเมล์
« ตอบ #18 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2011, 10:51:03 AM »

การยุติสงครามเวียดนาม

สงครามเวียดนามได้ดำเนินไปถึง ๗ ปี แต่สถานการณ์ต่าง ๆ ยังไม่กระเตื้องขึ้นแม้แต่น้อย มีแต่การสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน และความอดอยากยากแค้นไปทั่ว การรบไม่มีผลแพ้ชนะกันโดยเด็ดขาด ฝ่ายเวียดนามเหนือ และเวียดกงได้ดำเนินการรุกทางการเมือง ควบคู่ไปกับการทหาร ด้วยการลวงฝ่ายโลกเสรีว่าต้องการสันติภาพ และร้องขอให้มีการเจรจาสงบศึกขึ้นที่กรุงปารีส ได้มีการเจรจากัน ๑๔๖ ครั้ง ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๑๑ จนถึงเดือน มกราคม ๒๕๑๕ เริ่มตั้งแต่สมัยประธานาธิบดี จอห์นสัน จนถึงสมัยประธานาธิบดี นิกสัน ของสหรัฐฯ แต่การเจรจาไม่มีผลคืบหน้า ฝ่ายเวียดนามเหนือ และเวียดกง จะถือโอกาสใช้ที่ประชุมเจรจาเป็นสถานที่โฆษณาชวนเชื่อ และเป็นที่น่าสังเกตว่าเมื่อใดที่ฝ่ายเวียดนามเหนือ และเวียดกงเพลี้ยงพล้ำในด้านการทหาร จะต้องเสนอขอเจรจาสันติภาพทันที เพื่อประวิงเวลาในการปรับกำลังทหารเข้าโจมตีเวียดนามใต้ใหม่ ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๑๔ - ๒๕๑๕ ขณะที่สหรัฐฯ ประสบปัญหาภายในประเทศอย่างหนัก ทั้งภาวะเงินเฟ้อ ปัญหาคนว่างงาน และปัญหาการขาดแคลนน้ำมันภายในประเทศ ฝ่ายเวียดนามเหนือ และเวียดกงได้ฉวยโอกาส เพิ่มการปฏิบัติการทางจิตวิทยาในหมู่ประชาชนชาวอเมริกัน โดยชี้ให้เห็นว่าการที่สหรัฐฯ อยู่ในภาวะดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่สหรัฐฯ ส่งทหารเข้าไปทำสงครามในเวียดนามถึง ๖๐๐,๐๐๐ คน และใช้งบประมาณ ปีละไม่ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๔
            ผลการโฆษณาชวนเชื่อดังกล่าว ทำให้ประชาชนชาวอเมริกันเรียกร้องให้รัฐบาลถอนทหารออกจากเวียดนามใต้ และยุติการช่วยเหลือทั้งสิ้น โดยมีการเดินขบวนทั่วประเทศ เป็นผลให้รัฐสภาสหรัฐฯ ลงมติให้ถอนทหารอเมริกันออกจากเวียดนามใต้ พร้อมกับตัดทอนการช่วยเหลือแก่เวียดนามใต้ ประธานาธิบดีนิกสัน จำต้องเปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับเวียดนามใต้ และประกาศหลักการนิกสัน (Nixon's Doctrine) สหรัฐฯ ได้ดำเนินการถอนกำลังทหารออกจากเวียดนามใต้ และให้เวียดนามใต้ใช้โครงการช่วยเหลือตนเอง ในการป้องกันทหารทหาร (Vietnamization) โดยมอบอาวุธหลักให้เท่านั้น ด้วยเหตุนี้กำลังของฝ่ายโลกเสรีที่ส่งไปร่วมรบในเวียดนามใต้ จึงตัดสินใจถอนกำลังของชาติตนกลับเช่นกัน รวมทั้งประเทศไทย
            ประธานาธิบดีนิกสันได้แถลงนโยบายของสหรัฐฯ เพื่อให้เกิดสันติภาพขึ้นในเวียดนามใต้รวม ๘ ข้อด้วยกัน มีใจความว่า กำลังทหารทั้งหมดที่ไม่ใช่ของเวียดนามใต้ จะเริ่มถอนออกจากเวียดนามใต้เมื่อได้ตกลงเห็นชอบร่วมกันแล้ว การถอนจะถอนเป็นขั้น ๆ ภายใน ๑๒ เดือน กำลังเวียดนามเหนือที่อยู่ในเวียดนามใต้ ก็ต้องกลับไปเช่นเดียวกัน ให้คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศ ที่ทั้งสองฝ่ายรับรองควบคุมดูแลการถอนทหารของทั้งสองฝ่าย ให้จัดการเลือกตั้งขึ้นตามวิธีการที่เห็นชอบร่วมกัน โดยให้อยู่ในความควบคุมดูแลของกรรมาธิการระหว่างประเทศ ให้มีการตกลงเกี่ยวกับการส่งคืนเชลยศึก และทุกฝ่ายจะต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาเจนีวา พ.ศ. ๒๔๙๗ เรื่องเวียดนาม และกัมพูชา กับข้อตกลงเรื่องลาว พ.ศ. ๒๕๐๕
            สหรัฐฯ ได้เริ่มถอนทหารออกจากเวียดนามใต้ ตั้งแต่วันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๑๒ เป็นต้นมา และกำลังรบชุดสุดท้ายได้เดินทางออกจากเวียดนาม เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๑๕ เหลือไว้เพียงเจ้าหน้าที่ทางธุรการเท่านั้น และเมื่อได้มีการลงนามในความตกลงสงบศึกสงครามเวียดนามที่กรุงปารีส ในเดือนมกราคม ๒๕๑๖ แล้ว ทหารสหรัฐฯ คนสุดท้ายได้เดินทางออกจากเวียดนามใต้ เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๑๖
ยุทธศาสตร์เวียดนามเหนือ
            เวียดนามเหนือกำหนดแผนการเข้ายึดเวียดนามใต้   เพื่อรวมเป็นประเทศเดียวกัน   โดยแบ่งการดำเนินการเป็น ๓ ขั้นตอน คือ
                ๑.   เสริมสร้างความมั่นคงให้แก่เวียดนามเหนือ
                ๒.  ปลดแอกเวียดนามใต้
                ๓.   รวมเวียดนามทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน
            ในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ เวียดนามเหนือประสบความสำเร็จในการจัดตั้งโครงสร้างทางการเมืองภายใน (Infrastructure) ในเวียดนามใต้อย่างต่อเนื่อง
            ในปลายปี พ.ศ. ๒๕๑๔ เวียดนามใต้พัฒนาระบบการส่งกำลังบำรุงทั้งในลาวใต้ และกัมพูชาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางโฮจิมินห์ เพิ่มความรุนแรงในการปฏิบัติการทางทหาร จากระดับเดิมมากยิ่งขึ้นโดยส่งกำลังและอาวุธยุทโธปกรณ์ แทรกซึมเข้าไปในเวียดนามใต้ รวมทั้งเคลื่อนย้ายกำลังหลัก จากเวียดนามเหนือมายังเวียดนามใต้ แล้วเริ่มทำการรุกใหญ่ ตั้งแต่วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๑๕ เป็นต้นมา
การดำเนินการของเวียดนามเหนือ และเวียดกง
            เวียดนามเหนือได้ปฏิบัติการรุกเข้าไปในเวียดนามใต้ เพื่อผลทางการเมือง ๒ ครั้ง  ครั้งที่ ๑ ระหว่างปลายเดือนกันยายน ถึงต้นเดือนตุลาคม ๒๕๑๔ ซึ่งเป็นระยะที่มีการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร และประธานาธิบดีในเวียดนามใต้ ครั้งที่ ๒ ระหว่าง ปลายเดือน มีนาคม - พฤษภาคม ๒๕๑๕ เวียดนามเหนือได้เปิดฉากการรุกใหญ่ในเวียดนามใต้ จากเขตปลอดทหารลงไปจนถึงแหลมคาเมา มีการปฏิบัติการรุนแรงที่บริเวณชายฝั่งทะเลตอนกลางของเวียดนามใต้ รวมทั้งภาคตะวันออก และภาคตะวันตกที่มีราษฎรอาศัยอยู่หนาแน่น พื้นที่ปฏิบัติการของกำลังรบหลักเวียดนามเหนือได้แก่ พื้นที่ตั้งเขตปลอดทหาร (เส้นขนานที่ ๑๗) ลงมายังที่ราบสูงด้านตะวันตกของเวียดนามใต้ และพื้นที่ติดชายแดนลาวเหนือจังหวัดไทนินห์ และทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงไซ่ง่อน
            การที่เวียดนามเหนือรุกใหญ่ครั้งนี้เนื่องจากสหภาพโซเวียตให้การสนับสนุนอาวุธหนัก เช่น ปืนใหญ่ รถถัง และปืนต่อสู่อากาศยานเป็นจำนวนมาก กองทัพเวียดนามใต้สามารถต้านทานไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ฝ่ายเวียดนามเหนือยังไม่สามารถยึดจังหวัดกวางตรีได้ รถถัง ๕๐ คัน ถูกทำลายเกือบหมด กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ส่งฝูงบินทิ้งระเบิดแบบ B - ๕๒ ไปทิ้งระเบิดข้าศึกบริเวณจังหวัดเกียวลิน นับเป็นการเริ่มต้นการทิ้งระเบิดโจมตีเวียดนามเหนือครั้งใหม่ หลังจากได้หยุดชะงักมาตั้งแต่วันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๑๑
            เวียดนามเหนือได้หันไปเปิดการรุกทางภาคใต้ ของเวียดนามใต้ โดยส่งกำลังประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน พร้อมรถถังเป็นจำนวนมาก จากฐานที่ตั้งในกัมพูชาบุกเข้าเวียดนามใต้ มุ่งเข้ายึดจังหวัดล็อคนิน และอันล็อค เพื่อบุกเข้าไปยึดกรุงไซ่ง่อน และพวเวียดกงในที่ราบลุ่ม บริเวณปากแม่น้ำโขงก็เริ่มเปิดฉากรุกเข้าสู่กรุงไซ่ง่อน
การเจรจาสันติภาพที่กรุงปารีส
            การเจรจาเพื่อยุติสงครามในเวียดนาม ระหว่างสหรัฐฯ และเวียดนามใต้ฝ่ายหนึ่ง กับเวียดนามเหนือ และเวียดกงอีกฝ่ายหนึ่ง เริ่มการเจรจามาตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๑๑ จนถึงเดือนมกราคม ๒๕๑๕ ปรากฏว่าที่ประชุมไม่สามารถตกลงปัญหาเวียดนามกันได้ ฝ่ายเวียดนามเหนือและเวียดกงได้ยื่นข้อเสนอต่อที่ประชุมครั้งหลังสุด เมื่อ ๑ กรกฎาคม ๒๕๑๔ สรุปได้ดังนี้
                ๑.  สหรัฐ ต้องกำหนดเวลาถอนทหารสหรัฐฯ และทหารชาติพันธมิตรฝ่ายโลกเสรีออกจากเวียดนามใต้โดยเร็วที่สุด และต้องส่งคืนเชลยศึกเวียดนามเหนือ และเวียดกงด้วย
                ๒.  ยุติการสนับสนุนรัฐบาลของประธานาธิบดี เหงียนวันเทียวของเวียดนามใต้ และรีบจัดตั้งรัฐบาลผสมขึ้น
                ๓.  การแก้ไขปัญหาการขัดแย้งระหว่างกำลังทหารเวียดนามใต้ กับเวียดกง เป็นเรื่องระหว่างชาวเวียดนามด้วยกันเอง
                ๔.  จัดให้มีการรวมประเทศเวียดนามเป็นขั้นตอนตามลำดับ
                ๕.  เวียดนามใต้ต้องดำเนินนโยบายเป็นกลาง
                ๖.  สหรัฐฯ ต้องชดใช้ค่าเสียหายจากสงครามให้กับเวียดนามเหนือ และเวียดนามใต้
                ๗.  ความตกลงต่าง ๆ ที่ลงนามร่วมกัน จะต้องมีองค์การระหว่างประเทศให้การรับรองด้วย
            ข้อเสนอดังกล่าวนี้ ฝ่ายสหรัฐฯ และเวียดนามใต้ไม่ยอมรับ โดยเฉพาะข้อ ๑ และข้อ ๒ ทำให้การเจรจาหยุดชะงัก ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ได้ส่งนายคิสซิงเจอร์ ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดี เดินทางไปเจรจาอย่างไม่เป็นทางการกับ ฝ่ายเวียดนามเหนือที่กรุง ปารีสถึง ๑๐ ครั้ง ในที่สุดฝ่ายสหรัฐฯ และเวียดนามใต้ได้ยื่นข้อเสนอต่อที่ประชุม รวม ๘ ข้อ มีลักษณะโอนอ่อนให้แก่เวียดนามเหนือเป็นอันมาก เพื่อแสดงว่าสหรัฐฯ มีความตั้งใจจริงที่จะยุติสงครามเวียดนาม แต่ฝ่ายเวียดนามเหนือไม่ยอมตกลงใด ๆ ด้วย สหรัฐฯ จึงตกลงใจเปิดเผยการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการให้ชาวโลกได้ทราบข้อเท็จจริง ทำให้เวียดนามเหนือ และเวียดกง แสดงความโกรธแค้นสหรัฐฯ มาก และได้ปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการในการประชุม ครั้งที่ ๑๔๓ เมื่อ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ พร้อมกับยื่นข้อเสนอใหม่ ๘ ข้อ มีสาระสำคัญว่า ให้สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรฝ่ายโลกเสรีถอนกำลังทั้งหมดออกจากเวียดนามใต้โดยไม่มีเงื่อนไข กับให้ยกเลิกโครงการช่วยเหลือตนเองในการป้องกันทางทหารของเวียดนามใต้
            ประเทศฝ่ายโลกเสรีทั่วไป โดยเฉพาะชาวอเมริกันมีความเห็นว่าข้อเสนอของสหรัฐฯ เหมาะสมและยุติธรรมดีแล้ว แสดงถึงความตั้งใจแน่วแน่ ที่จะยุติสงครามเวียดนาม ชมเชยรัฐบาลเวียดนามใต้ว่าใจกว้าง และกล้าหาญ พอที่จะแข่งขันกับฝ่ายเวียดนามเหนือด้วยวิถีทางการเมืองอย่างยุติธรรม และประณามฝ่ายเวียดนามเหนือว่าปราศจากความบริสุทธิ์ใจที่จะยุติสงคราม
            ประเทศผู้นำฝ่ายคอมมิวนิสต์ ต่างก็แสดงการสนับสนุนเวียดนามเหนือ และเวียดกง
            ต่อมาในปลายเดือนมีนาคม นางเหงียนทิบินห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามเหนือ และหัวหน้าคณะผู้แทนเวียดกง ได้เดินทางไปร่วมเจรจาที่กรุงปารีสอีกครั้ง โดยยืนกรานให้สหรัฐฯ ถอนทหารทั้งหมดออกจากเวียดนามใต้ กับให้ประธานาธิบดีเหงียนวันเทียว ลาออกจากตำแหน่ง และยุบรัฐบาลก่อน ฝ่ายเวียดนามเหนือและเวียดกง จึงจะยอมเจรจาด้วย นอกจากนี้สหรัฐฯ ต้องปฏิบัติตามข้อเสนอของฝ่ายเวียดนามเหนือและเวียดกง จึงจะมีการเจรจาสงบศึกกันต่อไป เมื่อเป็นดังนี้ประธานาธิบดีนิกสันจึงสั่งให้ยุติการประชุม
สถานการณ์ในเวียดนามใต้ หลังการถอนกำลังฝ่ายโลกเสรี
            สหรัฐฯ ได้ถอนกำลังในเวียดนามใต้เป็นจำนวน ๔๕๐,๐๐๐ คน แต่เวียดนามเหนือและเวียดกง ก็มิได้ปฏิบัติการอันใดที่จะช่วยให้เกิดสันติภาพ แต่กลับฉวยโอกาสทำการรุกรบทันทีเมื่อได้โอกาส  ดังนั้นการเจรจาสงบศึกที่กรุงปารีส ตลอดเวลา ๓ ปีครึ่ง จำนวน ๑๔๖ ครั้ง จึงไม่มีผลคืบหน้าเท่าที่ควร จนในที่สุดสหรัฐฯ ถอนตัวจากการประชุม
            จากการประชุมใหญ่ครั้งที่ ๒ ของเวียดนามเหนือในเดือน เมษายน ๒๕๑๕ จนทำให้สหรัฐฯ ต้องตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศ ตามเส้นทางส่งกำลังของฝ่ายเวียดนามเหนือ ตั้งแต่เมืองท่าไฮฟอง กรุงฮานอย และเส้นทางรถไฟสายจีน - เวียดนาม เป็นผลให้เวียดนามเหนือต้องชลอการบุกของตนลง เนื่องจากประสบปัญหาด้านการส่งกำลัง เมื่อตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเวียดนามเหนือ จึงหันไปใช้ที่ประชุมเจรจาตกลงสงบอีกครั้ง สหรัฐฯ ยอมกลับเข้าร่วมเจรจาด้วย เมื่อ ๒๙ เมษายน ๒๕๑๕ และในวันเดียวกันนี้ ประธานาธิบดีนิกสันได้ออกแถลงการณ์ว่า สหรัฐฯ จะถอนทหารจำนวน ๒๐,๐๐๐ คน ออกจากเวียดนามใต้ และในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๑๕ กำลังทหารภาคพื้นดินของสหรัฐฯ จะเหลืออยู่ในเวียดนามได้เพียง ๔๙,๐๐๐ คน เท่านั้น
            เมื่อเวียดนามเหนือเปิดการเจรจาที่กรุงปารีสได้ ก็กลับดำเนินการรุกรบเวียดนามใต้โดยใช้กำลังทหาร ๔๐,๐๐๐ คน เข้าตีเมืองกวางตรี โดยใช้กองพลรถถังเป็นขบวนนำเข้าตี และยึดเมืองดองฮาได้ แล้วเคลื่อนกำลังไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามทางหลวงหมายเลข เพื่อเข้ายึดเมืองเว้ต่อไป พร้อมกับเข้าตีเมืองกวางตรี เวียดนามเหนือส่งกำลังทหาร ๒๐,๐๐๐ คน รุกจากชายแดนลาวเข้าสู่ที่ราบสูงภาคกลางของเวียดนามใต้ เพื่อตีเมืองคอนทูมเป็นการตัดการติดต่อ ระหว่างภาคเหนือ กับภาคใต้ของเวียดนามใต้ เวียดนามเหนือยึดเมืองกวางตรีได้ เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๑๕ แล้วเคลื่อนกำลังเข้าคุกคามเมืองเว้
           สหรัฐฯ ตัดสินใจใช้มาตราการเด็ดขาดด้วยการส่งกำลังโจมตีทั้งทางทะเลและทางอากาศ โดยกองทัพเรื่อที่ ๗ ส่งเรือรบ ๘ ลำ มีทั้งเรือพิฆาต เรือลาดตระเวน และเรือบรรทุกเครื่องบิน เข้าปิดล้อมชายฝั่งเวียดนามเหนือ และวางทุ่นระเบิดตลอดแนวอ่าวตังเกี๋ย ส่วนทางอากาศได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ B - ๕๒ ประมาณ ๕๐๐ เครื่อง ทั้งจากฐานทัพอากาศ และเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีเมืองกวางตรี  เพื่อทำลาย และขับไล่ทหารเวียดนามเหนือที่ยึดครองอยู่ พร้อมกับโจมตีทิ้งระเบิดท่าเรือ คลังน้ำมัน และคลังยุทธสัมภาระ บริเวณเมืองไฮฟอง และกรุงฮานอย ซึ่งเป็นฐานส่งกำลังบำรุงที่สำคัญยิ่งของเวียดนามเหนือ กับทิ้งระเบิดเส้นทางรถไฟสายจีน - เวียดนามเป็นครั้งที่ ๒
            เวียดนามเหนือได้ประกาศตั้งรัฐบาลเวียดกงขึ้นในเมืองกวางตรี ในปลายเดือนพฤษภาคม เวียดนามใต้จึงยึดเมืองกวางตรีกลับคืนมาได้ เวียดนามเหนือได้พยายามเข้าตีเมืองเว้หลายครั้ง  ทำให้พระราชวัง โบราณสถาน ศาสนสถานในพุทธศาสนา และคริสตศาสนา และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งได้เคยเสียหายอย่างหนักมาแล้วจากการรุกใหญ่ของเวียดนามเหนือ ระหว่างเทศกาลตรุษญวน พ.ศ.๒๕๑๔ ถูกทำลายลงหมดสิ้น
            ตอนปลายเดือน พฤษภาคม ๒๕๑๕ เวียดนามเหนือได้พยายามเข้ายึดเมืองคอนทูม สหรัฐฯ ได้ใช้จรวดนำวิถีทำลายรถถังของเวียดนามเหนือจนหมดสิ้น และทิ้งระเบิดกำลังเวียดนามเหนือที่ตั้งล้อมเมืองอยู่ สหรัฐฯ ใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดทำลายที่มั่นทางทหาร ในเขตเวียดนามเหนือทุกวัน เฉลี่ยวันละ ๒๕๐ เที่ยวบิน
            ในระหว่างห้วงเวลา ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๑๕ ถึง ๒๕ ตุลาคม ๒๕๑๕ ได้มีการเจรจาลับ ระหว่าง ๒ ฝ่าย หลายครั้ง จึงได้แถลงข่าวเมื่อ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๑๕ ที่กรุงวอชิงตันว่า การเจรจายุติสงครามเวียดนามใต้บรรลุถึงจุดหมาย ที่จะได้มีการลงนามระหว่างกันแล้ว และสันติภาพอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่แล้วก็ไม่เป็นผลเวียดนามเหนือเรียกร้องมากเกินไป จนสหรัฐฯ และเวียดนามใต้ไม่สามารถปฏิบัติได้ การเจรจาจึงล้มเหลว สหรัฐฯ จึงทิ้งระเบิดเวียดนามเหนือในบริเวณเหนือเส้นขนานที่ ๒๐ ขึ้นไป กับวางทุ่นระเบิดปิดอ่าวเมืองท่าไฮฟองเพิ่มขึ้น จนถึง ๒๑ ธันวาคม ๒๕๑๕ สหรัฐฯ จึงเปลี่ยนนโยบายเป็นยื่นคำขาดให้เวียดนามเหนือ และเวียดนามใต้ยุติการสู้รบกัน โดยให้เวียดนามเหนือยอมรับเงื่อนไขความตกลงสงบศึก มิฉะนั้นจะทิ้งระเบิดรุนแรงขึ้นกว่าเดิม และให้เวียดนามใต้ยอมเข้าร่วมเจรจาตกลงสงบศึกด้วย มิฉะนั้นสหรัฐฯ จะยุติการช่วยเหลือทั้งหมด แต่เวียดนามเหนือไม่ปฏิบัติตาม สหรัฐฯ จึงดำเนินการทิ้งระเบิด กรุงฮานอย เมืองไฮฟอง และเมืองสำคัญอื่น ๆ อย่างรุนแรง เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ B - ๕๒ ประมาณ ๕๐๐ เครื่อง ทำการทิ้งระเบิดเวียดนามเหนือทั้งวันทั้งคืน เวียดนามเหนือสามารถทำลายเครื่องบินสหรัฐฯ ได้ถึง ๑๖ เครื่อง ในที่สุดก็ขอเปิดการเจรจาสันติภาพที่กรุงปารีสอีกครั้ง เมื่อ ๘ มกราคม ๒๕๑๖  ในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็สามารถลงนามในความตกลง จะสงบศึกอย่างเป็นทางการ เมื่อ ๒๗ มกราคม ๒๕๑๖ มีผลบังคับตั้งแต่ เวลา ๐๘.๐๐ น. ของวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๑๖ มีสาระสำคัญดังนี้
                ๑.  ให้มีการหยุดยิงทุกแห่งในเวียดนามใต้
                ๒.  ให้ส่งคืนเชลยศึกชาวอเมริกันทั้งหมดภายใน ๖๐ วัน หลังจากลงนาม
                ๓.  สหรัฐฯ จะถอนกำลังทหารที่เหลืออยู่ในเวียดนามใต้ ๒๔,๐๐๐ คน ภายใน ๖๐ วัน
                ๔.  สหรัฐฯ ให้คำรับรองว่าประชาชนเวียดนามใต้มีสิทธิที่จะกำหนดอนาคตของตนเอง โดยปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก
            เวียดนามเหนือยังไม่ละความพยายามที่จะรุกรานเวียดนามใต้ และให้รัฐบาลเวียดนามใต้ ยอมรับวิถีทางการปกครองตามลัทธิคอมมิวนิสต์ เมื่อสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรฝ่ายโลกเสรีได้ถอนกำลังทั้งหมด ออกจากเวียดนามใต้แล้ว เวียดนามใต้จึงตกเป็นฝ่ายเพลี้ยงพล้ำแก่เวียดนามเหนือ กองทัพเวียดนามเหนือและเวียดกงเข้ายึดกรุงไซ่ง่อนได้เมื่อ ๓๐ เมษายน ๒๕๑๘ และเวียดนามเหนือสามารถรวมเวียดนามใต้เข้าด้วยกัน เมื่อ ๓ กรกฎาคม ๒๕๑๘ และประกาศใช้ชื่อประเทศใหม่ว่า สาธารณรัฐเวียดนาม

                                thank you ขอบคุณแหล่งที่มาและบทความทั้งหมดครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ thank you



* cc44262.jpg (112.81 KB, 800x629 - ดู 5569 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 29, 2011, 11:57:29 AM โดย PUBANGKAPI » บันทึกการเข้า

สงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโทร 081-7725722 หรือมาดูได้ที่ประตูน้ำและมีนบุรีครับ เลขที่บัญชี 675-2-01014-3 ธ.กสิกรไทย สาขาพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ชื่อ อาดุลย์ สีสกุล
Combat
Private
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์
กระทู้: 49

อีเมล์
« ตอบ #19 เมื่อ: กันยายน 08, 2011, 12:46:36 PM »

 21ว้าวอ่านแล้วเหมือนอยู่ในเหตุการณ์เลยครับขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีครับ +1
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: